วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กรมปศุสัตว์ รุกคืบ เลี้ยงแพะ เกาะปูยู นำร่อง ศูนย์กลาง จ.สตูล

กรมปศุสัตว์ รุกคืบ เลี้ยงแพะ เกาะปูยู นำร่อง ศูนย์กลาง จ.สตูล เพื่อเป็นตัวอย่างของจังหวัด ในระดับประเทศ


นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า

ตนเองได้เดินทางมายังพื้นที่ จ.สตูล ที่ เกาะปูยู เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 54

เพื่อต้องการติดตามการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ และปศุสัตว์ จ.สตูล

ที่ได้มีการมอบพันธ์ สัตว์ โดยเฉพาะ แพะ เป็ด ไก่

และหญ้าสำหรับเลี้ยงแพะ โดยการดำเนินงานของปศุสัตว์ จ.สตูล

ซึ่งจากการติดตามผล ที่ผ่านมา และการมอบพันธ์สัตว์

มาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เกาะปุยู ซึ่งมีประชากรถึง 3500 คน และมีพื้นที่

3 หมู่บ้าน ดังนั้นการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์และ ปศุสัตว์ จ.สตูล

เพื่อเป็นการนำร่องให้แก่เกษตรกรที่อยู่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ

แถบชายฝั่งอันดามัน รวมทั้ง จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

ได้เป็นแบบอย่างเพื่อเป็นการศึกษาดูงาน ให้แก่ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ตามนโยบายรัฐบาล ที่ได้จัดสรรพันธุ์สัตว์เลี้ยงให้แก่เกษตรกร

ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ เกาะปูยู นั้น การเลี้ยงแพะ เป็ด ไก่ ได้รับผลถึง

100 % และสามารถกระจายพันธ์ไปยังเกษตรกรตามเกาะอื่น ๆ ในพื้นที่ จ.สตูล

และฝั่งอันดามันแล้ว การมาติดตามผลงานของรองอธิบดีกรมปศุสัตว์

ในวันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนายมาเลย์ โต๊ะดินนายกอบต.ปูยู

และนายอุสมาน สะยะมิง ปศุสัตว์ จ.สตูล พร้อมกันนี้

ด้วยทางสำนักงานปศุสัตว์ จ.สตูล ได้ดำเนินการจัดงานพิธี ไถ่ชีวิตโค

-กระบือ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา

7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 ในวันที่ 24 พ.ย. 2554 ตั้งแต่เวลา 08.0 น. เป็นต้นไป

ณ สถานีอาหารสัตว์ จ.สตูล อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยประธานในพิธี

นายเหนือชายจิระอภิรักษ์ รองผู้ว่าฯสตูล ได้เดินทางมาประกอบพิธี

ไถ่ชีวิตโค ร่วมกับ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์

เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบสัญญายืมโคให้แก่โครงการ จำนวน 20 ราย ในพื้นที่

จ.สตูล ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ จ.สตูล

ได้มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

รายงานโดย... นีรนุช / สตูล

ประปาสตูล เร่งแก้ปัญหาชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอ

ประปาสตูล เร่งแก้ปัญหาชาวบ้านทั้ง 3 อำเภอของ สตูล ขาดน้ำ ทุ่มงบ 9 ล้านบาท เร่งบูรณาการเสริมท่อ แก้ปัญหาเรื่องน้ำโดยด่วน
นายสายัณห์ โสมพะยอม ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสตูล กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ ทางประปา จ.สตูล
ได้รับคำร้องเรียนถึงการขาดแคลนน้ำเพื่อนำมาอุปโภคบริโภค ในพื้นที่ 3
อำเภอ ซึ่งประกอบไปด้วย อ.ควนโดน อ.ควนกาหลง และ อ.เมือง
ซึ่งมีผู้ใช้น้ำประปาทั้งสิ้น 14,000 ครัวเรือนเศษ
และได้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอยู่ในขณะนี้ โดยทางประปาสตูล
ได้รีบแร้งแก้ปัญหาปรับปรุงท่อน้ำในพื้นที่ 3 อำเภอ โดยใช้งบประมาณ จำนวน
9 ล้านบาทโดยจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. ปี 55 นี้ ดังนั้นในขณะนี้
การซ่อมแซมประปาหรือการปรับปรุงใหม่นั้นได้รีบเร่งดำเนินการอยู่
แต่จะเกิดปัญหาน้ำไหลน้อย และทำให้ ชาวบ้านต่าง ๆ ทั้ง 3 อำเภอ
ไม่มีน้ำใช้ หรือ รองรับปริมาณน้ำ ไม่เพียงพอดังนั้นทางประปา
ได้พยามยามแก้ปัญหา โดยการชัดน้ำขึ้นแท็งและเปิดน้ำให้เป็นบางเวลา
อย่าไรก็ตาม จ.สตูล เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวการได้งบประมาณจำนวน 9
ล้านบาทมาแก้ปัญหาเรื่องน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว
ดังนั้นจึงได้เสนอผู้ว่าฯสตูลของบประมาณในการปรับโครงสร้างประปาใหม่เพื่อเป็นการรองรับปี
2020 ซึ่งจ.สตูล เป็นเมืองติดชายแดนประเทศมาเลเซีย
และมีการพัฒนาร่วมระหว่างมาเลเซียทางตอนเหนือและฝั่งอันดามันดังนั้นการปรับปรุงในระบบประปาต่าง
ๆ สมควรจะได้รับงบประมาณจากสวนจากกลางมากกว่านี้ไม่เช่นนั้นแล้วการท่องเที่ยวของ
จ.สตูล จะต้องมีปัญหาในการรองรับปริมาณน้ำ ดื่มน้ำใช้อย่างแน่นอน ทั้งนี้
ปัญหาการขาดแคลนน้ำในขณะนี้ทำให้พี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการโรงแรม
รีสอร์ทต้องประสบปัญหาไม่มีน้ำดื่ม น้ำใช้ แม้ทางประปาสตูล
จะเร่งแก้ปัญหาให้แต่ก็ยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควรเนื่องจากเรากำลังปรับปรุงระบบท่อประปาต่าง
ๆ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จประมาณปี 55
จึงใคร่วอนผู้ว่าฯการประปา ผ่านทางผู้ว่าฯสตูล ให้เห็นใจ จ.สตูลด้วย
รายงานโดย...นีรนุ/สตูล

สตูล บูมธุรกิจที่ดิน อสังหาฯ

สตูล บูมธุรกิจที่ดิน อสังหา การเมืองท้องถิ่นเงินสะพัดในพื้นที่นักธุรกิจท้องถิ่น ใช้เงิน นอกธนาคาร เมินแบ็งค์ ขณะที่ห้างบิ๊กซี  ผุดแน่ที่สตูล
นายกฤษดา กูหนัน ผู้ประกอบการร้านจิวเวอร์รี่ ในเขตเทศบาลเมืองสตูล กล่าว ว่า ในขณะนี้ จ.สตูล บูมธุรกิจที่ดิน
อสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมือง อ.ละงู และ อ.ควนกาหลง
เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีแนวนโยบายอย่างชัดเจนที่จะสนับสนุนแม็คกาโปรแจ็คในพื้นที่ จ.สตูล
อย่างเช่น ถนนสตูล-เปอร์ลิส ท่าเรือน้ำลึกปากบารา หรือ
ท่าเรือท่องเที่ยวตำมะลัง-ปูยู ดังนั้น นักธุรกิจในพื้นที่ จ.สตูล
ที่มีกำลังทรัพย์และกำลังเงินอย่างมหาศาลได้เล็งเห็นว่า พื้นที่
จ.สตูลสตูล เป็นมาตุภูมิเหมือนสก๊อตแลน ดังนั้นกำลังซื้อของคนสตูล
ซึ่งเป็นประเภทรวยเงียบ มีฐานการเงินที่ไม่ต้องพึ่งธนาคาร
ในขณะนี้พื้นที่ ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล ได้มีนักธุรกิจท้องถิ่น
ได้ทำการกว้านซื้อที่ดินเนื่องจาก
เทศบาลตำบลคลองขุดกำลังจะสร้างเมืองใหม่ ขึ้นในพื้นที่ ต.คลองขุด
รวมทั้งโครงการถนนสตูล-เปอร์ลิสก็จะตัดผ่าน ต.คลองขุดเช่นเดียวกัน ทำให้
ธุรกิจที่ดินในเขตดังกล่าวมีราคาที่ดินสูง 2 - 5แสนบาท ต่อไร่
ซึ่งจะเห็นว่ากำลังซื้อของนักธุรกิจท้องถิ่นในเวลานี้จะมุ่งเน้นในพื้นที่
อ.เมือง และ อ.ละงู เป็นหลัก
ส่วนอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ได้มีการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ขายในพื้นที่
อ.เมือง อ.ละงู จ.สตูล เป็นจำนวนมาก
และส่วนหนึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลตามโครงการบ้านหลังแรก ซึ่งถือว่า
ในขณะนี้ โครงการบ้านก่อสร้างบ้านต่าง ๆ
ได้ทำการขายหมดทุกโครงการแม้แต่ในเขตเทศบาลเมืองสตูล
ก็มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
นายกฤษดา กูหนัน กล่าวต่อไปว่า ในขณะนี้ การเมืองท้องถิ่นในพื้นที่
จ.สตูล จะมีการทำการเลือกใหม่หลายพื้นที่ เช่น อบต. ฉลุง เทศบาลฉลุง
เทศบาลตำบลคลองขุด ส.อบจ. สตูลและประการสำคัญเทศบาลเมืองสตูล
ซึ่งถือได้ว่า เป็นการล้างไพ่ของการเมือง จ.สตูล
ที่จะต้องเปลี่ยนผู้บริหาร
เพื่อมีวัตถุประสงค์สร้างความเจริญให้กับเทศบาลเมืองสตูล
นายพิทักษ์สิทธิ์ ชีวรัฐพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองขุด จ.สตูล
กล่าวว่า ในขณะนี้ ทาง ห้างบิ๊กซี
ได้เข้ามาขออนุญาตทำการก่อสร้างในพื้นที่ ต.คลองขุด บริเวณสี่แยกเขาจีน
จำนวนเนื้อที่ 40 ไร่เศษ
โดยทางจังหวัดได้ออกใบอนุญาติให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ทราบว่าทางห้างบิ๊กซีจะลงมือทำการก่อสร้าง
เมื่อใด ส่วนทาง ต.คลองขุดในขณะนี้
มีการตื่นตัวรับห้างบิ๊กซีเพราะจะมีการจ้างงานเกิดขึ้นโดยเฉพาะใน อ.เมือง
อ.ควนโดน ซึ่งทางห้างบิ๊กซีจะต้องรับพนักงานเป็นจำนวนมาก ถือได้ว่า
จ.สตูล กำลังจะมีห้างใหญ่เกิดขึ้น ในพื้นที่อีก ห้างหนึ่ง
นายสุรักษ์ ติ้นสกุล ประธานหอการค้า จ.สตูล กล่าวว่า
ในขณะนี้ทางหอการค้าจ.สตูล ได้รับการติดต่อประสานงานจากห้างบิ๊กซีโดยทาง
จ.สตูล ได้เซ็นอนุมัติใบอนุญาติให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งทางภาคเอกชนต่าง ๆ ได้มีการตื่นตัวรับห้างบิ๊กซี
นอกจากจะมีการสร้างงานเกิดขึ้น
แล้วยังทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย
โดยเฉพาะราคาที่ดินในเขต อ.เมือง จะมีการขยับตัวสูงขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตามทางหอการค้า จ.สตูล และภาคเอกชน
ต่างได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเกิดห้างบิ๊กซีในพื้นที่ จ.สตูล ว่า
จะทำให้ภาวะเศรษฐกิจ โดยรวมของ จ.สตูล นั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน
และเกิดการแข่งขันระหว่าง ห้างโลตัส และห้างบิ๊กซี
รายงานโดย...นีรนุช / สตูล

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โชเฟอร์รถน้ำมันเถื่อนซวยชนท้ายสิบล้อไฟคลอกดับ

รถขนน้ำมันหนีภาษีซิ่งชนท้ายรถสิบล้อบรรทุกไม้ โชเฟอร์ดวงซวยไฟคลอกเสียชีวิตคาที่ 1 ราย               วันที่ 24 พ.ย.54 เมื่อเวลา 03.30 น.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.วุฒิพล มั่นเหมาะ ร้อยเวร สภ.ฉลุง ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ได้รับแจ้งเหตุรถชนและมีไฟคลอกผู้บาดเจ็บเสียชีวิตที่บริเวณหมู่ที่ 13 บ้านโคกประดู่ ต.ฉลุง เส้นทางขาเข้าตัวเมืองสตูล จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานให้รถดับเพลิงเข้าสกัดไฟ
     
       เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ตรงข้ามมัสยิดบ้านโคกประดู่ พบรถบรรทุกสิบล้อซึ่งบรรทุกไม้แปรรูปมาเต็มคัน สภาพรถตะแคงเสียหลักชนบ้านเลขที่ 92 ซึ่งเป็นบ้านของนางลัลธิมา หมาดปูเต๊ะ อายุ 46 ปี และมีรถยนต์กระบะตอนเดียว ทะเบียน ส 9771 ตรัง สีขาว ชนจ่อท้ายรถสิบล้อ อยู่ในสภาพไฟไหม้เกรียมทั้งคัน ข้างรถมีศพชายถูกไฟคอกจนจำรูปพรรณสัณฐานไม่ได้ แต่สืบทราบเบื้องต้นว่าเป็นชาว ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจอดสงบนิ่งอยู่หน้าบ้านนายประสาน หมาดปูเต๊ะ อายุ 45 ปี
     
       ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำตัวนายพล ศรีสวัสดิ์ อายุ 52 ปี ชาวเพชรบุรีซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุก ส่งโรงพยาบาลเมืองสตูล โดยขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว
     
       นางลัลธิมา เจ้าของบ้านที่ประสบเหตุเล่าว่า ขณะที่ตนนอนอยู่ภายในบ้านพัก ประมาณเวลา 03.30 น.ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าบ้าน ครั้งแรกคิดว่าเป็นเสียงฟ้าร้องเพราะในระยะนี้มีพายุฝนลมแรง แต่เมื่อออกมาดูเห็นรถสิบล้อพลิกคว่ำที่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีรถยนต์กระบะบรรทุกน้ำมันมาเต็มคันชนจ่อท้ายรถสิบล้ออีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ตนกลัวว่าไฟจะไหม้บ้านเพราะไฟลุกท่วมทั้งคันรถประกอบกับมีลมแรง แต่โชคดีที่ลมพัดออกจากตัวบ้าน และรถดับเพลิงมาสกัดไว้ได้ทัน
     
       ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นคนขับรถสิบล้อ ซึ่งได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ตนและญาติพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เหลือในระหว่างที่รอรถดับเพลิงเข้ามาสกัด ไฟไว้ได้ แต่คนขับรถกระบะถูกไฟคลอกเสียชีวิต สร้างความตกใจและตื่นตระหนกให้ตนและครอบครัวมาก
     
       สำหรับรถยนต์กระบะที่บรรทุกน้ำมันมาเต็มคัน เบื้องต้นคาดว่าเป็นรถบรรทุกน้ำมันหนีภาษีที่ต้องใช้ความเร็วในขับ ซึ่ง พ.ต.ท.อภิสฤษดิ์ มณีโชติ สวญ.สภ.ฉลุง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ารถยนต์กระบะที่บรรทุกน้ำมันน่าจะหลับในเสีย หลักพุ่งชนรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งจะต้องหาสาเหตุในครั้งนี้อย่างถี่ถ้วนอีกครั้งหนี่ง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

หนุ่มใหญ่สถานพินิจฯมอบตัว ตร.ข้อหาอนาจารเด็ก 4 ขวบ

พนักงานราชการสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.สตูล เข้ารับข้อกล่าวหากระทำชำเราและพรากเด็ก หลังจากที่ถูกย่าเด็กวัย 4 ขวบ แจ้งความหลังหลอกเด็กไปทำอนาจารในห้องเช่าซึ่งอยู่ติดกัน               วันที่ 23 พ.ย.54 นายประโยชน์ ยังหลัง อายุ 44 ปี พนักงานราชการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.สตูล ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สมเดช ไชยเทพ พงส.สบ1 สภ.เมืองสตูล พร้อม พ.ต.ท.คมสัน แสงไกร รองผกก.สส.สภ.เมืองสตูล เพื่อรับข้อกล่าวหากรณีกระทำชำเรา อนาจาร และพรากเด็กไปจากผู้ปกครอง บิดา และมารดา
      
       สืบเนื่องจากผู้เป็นย่าได้เดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2554 ที่ผ่านมา ว่า นายประโยชน์ ซึ่งอาศัยติดกับบ้านของตน มีอาชีพเป็นพนักงานราชการสถานพินิจฯ และตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ได้ล่วงเกินหลานสาววัยเพียง 4 ขวบ ด้วยการหลอกล่อให้เข้าไปเอากล่องดินสอภายในบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านเช่าฝาติดกันสภาพห้องแถว แต่ตนมาเอะใจว่าทำไมหลานสาวถึงเข้าไปนาน จึงเดินตามไปดู เห็นภายในห้องพักเปิดไฟอยู่ เห็นหลานสาวถูกยกตัวขึ้นนอนบนโต๊ะรองรีดผ้า ในสภาพคว่ำหน้ากระโปรงนักเรียน ถูกเปิดและกางเกงชั้นในถูกดึงลง และได้ใช้อวัยวะถูเด็ก
      
       และด้วยความตกใจและช็อกไปชั่วขณะจึงรีบตรงเข้าไปตบนายประโยชน์และด่า ทอ ก่อนรีบนำหลานสาวกลับบ้าน แต่ผู้ถูกกล่าวหายังไม่สำนึกจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและพาบุตรหลาน ไปตรวจร่างกาย ก่อนที่หมอจะลงความเห็นว่ามีการกระทำชำเราจริง จึงแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองช่วยกันดูแลบุตรหลานที่เป็นหลานสาว ให้ระวังภัยสังคมในครั้งนี้ ซึ่งล่าสุดทางผู้ถูกกล่าวหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจจะรอผลการตรวจอย่างเป็นทางการของแพทย์อีกครั้ง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ครัวรัฐบาล (ครัวฮาลาล) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยปศุสัตว์สตูลจังหวัดสตูล

ครัวรัฐบาล (ครัวฮาลาล) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยปศุสัตว์สตูลจังหวัดสตูล นำโดยนายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมกับหน่วยงานราชการในจังหวัดสตูล จัดครัวรัฐบาล (ครัวฮาลาล) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เขตมีนบุรี จังหวัดปทุมธานี  
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล โดยนายอุสมาน  สะยะมิง และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ในวันที่ ๒๐-๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนมีนบุรี  จังหวัดปทุมธานี   ซึ่งมีสำนักงานเขตพื้นที่มีนบุรีเป็นผู้ประสานงาน การจัดกิจกรรมครัวรัฐบาล (ครัวฮาลาล) ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล ได้จัดทำเมนูเด็ด (ข้าวหมกแพะ) ให้แก่พี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ไม่น้อยกว่า ๘๐๐ กล่อง



รายงานโดย...นีรนุช / สตูล

สตูลรวมพลัง จัดครัวรัฐบาลสตูล ส่งชาชัก จากองค์กรท้องถิ่นตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ช่วยเหยื่อน้ำท่วมที่มีนบุรี กทม.

นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผวจ.สตูล กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากรมต.กระทรวงมหาดไทย ให้ร่วมกับ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล้าง จัดอาหารกล่อง ไปช่วยมีนบุรี กทม ในวันที่ 18 พ.ย. 54 เป็นเวลา 7 วัน จึงได้เชิญนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นักธุรกิจใหญ่ ในจ.สตูล นายมาเลย์ โต๊ะดิน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าหาลือ โดยจะจัดครัวรัฐบาลสตูล ออกเดินทางไปร่วมในวันที่ 18 พ.ย. 54 โดยจะเริ่มดำเนินการที่มีนบุรี เป็นครัวซีฟูต ฮาลาน โดยผลิตอาหารกล่อง
วันละ 3,500 กล่อง พร้อมชาชักอีกจำนวน มากโดยจะให้องค์กรท้องถิ่น โดยมีนายกอบจ. นายกอบต. จาก จ.สตูลเข้าร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้
และเชื่อว่า การเปิดตัวชาชักของ จ.สตูล และอาหารฮาลาน ของ จ.สตูล ในครั้งนี้เป็นการรวมพลังของหัวหน้าส่วนราชการองค์กรท้องถิ่นและภาคเอกชนทั้งหมด
โดยนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ได้ให้การสนับสนุนอาหารซีฟูต ตลอดงานทั้ง 7 วัน อย่างเพียงพอ
นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธ์ นายกอบจ.สตูล กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการจัดชาชักของดีเมืองสตูล
ร่วมกับ อบต. และเทศบาล ในจังหวัดสตูลทุกแห่งโดยไปเปิดดำเนินการคู่กับครัวรัฐบาลสตูล ที่มีนบุรี กทม.
ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับกาดรประสานงานจากนายมาเลย์ โต๊ะดิน นายกอบต.ปูยู ได้ประสานให้นายกทุกอบต. ในจ.สตูล
ได้ร่วมกันตั้งงบประมาณในการจัดชาชักของดีเมืองสตูลไปโชร์ทีมีนบุรี ซึ่งถือว่าในครั้งนี้เป็นการโชร์ศักยภาพของ จ.สตูล ทั้ง 7 อำเภอ
ได้ร่วมพลังจัดชาชัก ที่ดีที่สุดของ จ.สตูล ไปโชร์ที่มีนบุรี กทม. พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่มีนบุรี กมท.

รายงานโดย...นีรนุช / สตูล

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อำเภอละงู จัด อส.ท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดีเดย์ 20 ต.ค นี้ ปล่อยเรือเที่ยวปฐมฤกษ์ เกาะลันตา-หลีเป๊ะ

อำเภอละงู จัด อส.ท่องเที่ยว พร้อมกรมเจ้าท่า อบต.ปากน้ำ เฝ้าระวังท่าเรือปากบารา ส.ท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดีเดย์ 20 ต.ค. นี้ปล่อยเรือเที่ยวปฐมฤกษ์ เกาะลันตา-หลีเป๊ะ
นายสุริยัน รณงค์กุล นายอำเภอละงู กล่าวว่า ในขณะนี้ พื้นที่ อ.ละงู  โดยเฉพาะท่าเรือปากบารา บรรยากาศเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เตรียมพร้อมลงเกาะหลีเป๊ะ-ตะรุเตา-บุโหลน และได้มีการจองที่พักล่วงหน้าดังนั้นทางอำเภอละงู ได้ฝึกอบรม อส.ท่องเที่ยวจำนวน 60 นาย ร่วมกับกรมเจ้าท่าและ อบต.ปากน้ำ รวมทั้งสิ้น 100 นาย เข้าเฝ้าระวังท่าเรือปากบารา เพื่อบริการนักท่องเที่ยว
และประสานงานกับตำรวจน้ำสตูล ในการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางไปยังเกาะตะรุเตาและเกาะหลีเป๊ะ
จึงมั่นใจได้ว่าตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. เป็นต้นไปการท่องเที่ยวของ อ.ละงู  และ จ.สตูล ได้มีการเปิดเส้นทางเรือสปี๊ทโบ๊ท
ที่ได้มาตรฐานจากเกาะหลีเป๊ะ-เกาะลันตาและภูเก็ตในขั้นต้นทางภาคเอกชน
และบริษัททัวร์ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้เปิดเส้นทางวันละ 1 เที่ยวเพื่อให้การท่องเที่ยวของ จ.สตูล
กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งทั้งนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.สตูล
ในขณะนี้อากาศ และบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มคึกคักเป็นพิเศษได้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศได้เดินทางมายังท่าเรือปากบาราเพื่อจะไปค้างแรมที่เกาะหลีเป๊ะเกาะบุโหลนเกาะอาดังราวีเป็นต้น
อย่างไรก็ตามทางอำเภอละงู และ องค์กรท้องถิ่นอื่น ๆ ในพื้นที่ อ.ละงู
ได้ให้การบริการแก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะข้อมูลทางการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว
ที่เดินทางมาท่องเที่ยวยัง อ.ละงู และเกาะหลีเป๊ะ
นายสามารถ เจริญฤทธิ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.สตูล กล่าวว่าการท่องเที่ยวในปี 54,55 ทาง ส.ท่องเที่ยวสตูลได้มีการรวมตัวผู้ประกอบการระหว่างไทย-มาเลเซีย
โดยจัดขึ้นที่เกาะลันตา โดยให้นักท่องเที่ยวจากภูเก็ต ลังกาวี
รวมทั้งจากกัวลาลัมเปอร์ได้เดินทางมาสัมผัสธรรมชาติที่เกาะลันตาเป็นเบื้องต้นและหลังจากนั้นจะได้เดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะและเกาะลังกาวีโดยพักค้างคืน
จึงมั่นใจได้ว่าทางจังหวัดและอำเภอละงู ได้ดูแลในเรื่องความปลอดภัยในท้องทะเลอันดามัน
มีการลาดตระเวรของกองเรือภาคที่ 3 และเรือตำรวจน้ำ โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะจะมีทหารเรือคอยเฝ้าระวังอยู่ ตลอดเวลาเชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวของ
จ.สตูล หลังน้ำลดลง จะมีนักท่องเที่ยวจากภาคเหนืออีสาน กลาง เดินทางมายัง  จ.สตูล และทางฝั่งอันดามันอย่างมากมายดังนั้นทางจังหวัด อบจ.
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจึงได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือการท่องเที่ยวในปี  55 ไว้อย่างดีเยี่ยม
นีรนุช / สตูล

ลังกาวี จัดลีมาโช ดีเดย์ 6-10 ธ.ค. 54 34 นี้

ลังกาวี จัดลีมาโช ดีเดย์ 6-10 ธ.ค. 54 34 ประเทศจากทั่วโลก เข้าชม ณ ห้องนิทรรศการนานาชาติ ผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่ เปิดเส้นทางรับนักเที่ยว ตลอดช่วงงานลีมาโชร์
นายฟัยรุส ฮายีอะหมัด รองกงสุล สถานกงสุลไทย-ลังกาวี กล่าวว่า
ทางเกาะลังกาวี ได้จัดโครงการลีมาโชร์หรือการโชร์เครื่องบิน
อันหลากหลายที่ทันสมัยจากทั่วโลก ในวันที่ 6-10 ธ.ค. 54 ที่บริเวร
สนามบินนานาชาติเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยมี 34
ประเทศจากทั่วโลกที่มีการลงทะเบียนและจะใช้เวลาส่วนหนึ่งในการจัดแสดงลีมาโชร์
ประจำปี 2554 โดยมีประเทศที่เข้าร่วมจัดแสดงขนาดใหญ่เช่นมาจากประเทศอังกฤษ
ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกาตะวันออกกลาง และในวันที่ 6 - 8 ธ.ค.
จะเปิดสำหรับผู้เข้าร่วมงานและผู้ประกอบการสำหรับบริษัทผู้ค้าเท่านั้น
และในวันที่ 9-10 ธ.ค. 54
ก็จะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมชม นิทรรศการและโชร์ลีม่า
อย่างไรก็ตามการจัดงานในครั้งนี้ ทางเกาะลังกาวี ได้ประสานงานไปทั้ง 34
ประเทศทั่วโลก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศที่จะเดินทางไปในวันที่ 6
- 10 ธ.ค. 54 อีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเดินทางไป - กลับ
ด้วยเส้นทางเรือเฟอร์รี่ สตูล-ลังกาวี ซึ่งขณะนี้
ในส่วนของการจองที่พักบนเกาะลังกาวีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเหล่านี้
ได้จองที่พักล่วงหน้า ไว้หมดแล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย
ที่จะเดินทางไปกับเรือเฟอร์รี่สตูล-ลังกาวี จะต้องเดินทางด้วยการไป -
กลับเท่านั้น
น.ส.พรพิศ เซ่งแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซาร์เทิร์นเฟอร์รี่เซอร์วิส
แอนด์ทัวร์ จำกัด กล่าวว่า ตนเองในฐานะเป็นผู้ประกอบการ
เดินเรือเฟอร์รี่เส้นทางสตูล-ลังกาวีซึ่งทางเกาะลังกาวีได้มีการประชาสัมพันธ์ลีม่าโชร์ในช่วงวันที่
6 - 10 ธ.ค. ไปทั่วโลกทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้ติดต่อประสานงาน
มายังบริษัทของตนเป็นจำนวนมาก ส่วนในขณะนี้
ทราบมาว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้จองที่พัก ต่าง ๆ
บนเกาะลังกาวีไว้เต็มหมดแล้ว ดังนั้นทางบริษัท
จะจัดเรือเฟอร์รี่ไว้คอยบริการเดินทางไป-กลับเท่านั้น
และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมายังเกาะลังกาวีในช่วงดังกล่าวเป็นจำนวนนับแสนคน
ซึ่งการรองรับในการชมโชร์ลีม่าทางประเทศมาเลเซียจะให้ผู้ประกอบการผู้ค้า
และประชาชนทั่วไป ชมในช่วงวันที่ 9 - 10 ธ.ค. 54
นางชิดชนก พุดทอง เจ้าของพีช ทราเวล จ.สตูล กล่าวว่า ขณะนี้
ได้มีนักท่องเที่ยว
จากต่างจังหวัดและในพื้นที่ได้ติดต่อยังบริษัททัวร์ต่าง ๆ ในพื้นที่
จ.สตูล เพื่อติดต่อทั่วร์ที่จะลงไปยังเกาะลังกาวีในช่วงวันที่ 6 - 10
ธ.ค. 54 เป็นจำนวนมาก
แต่เนื่องจากการเดินทางไปยังเกาะลังกาวีในวันดังกล่าวนั้น
จะต้องเดินทางไป และกลับ เท่านั้น เนื่องจาก บนเกาะลังกาวี
ที่พักได้ถูกจองไว้ เต็มหมดแล้ว บริษัททัวร์ต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.สตูล
ก็พยายามประสานงานกับรองกงสุลในการที่จะเชิญคณะพิเศษ เข้าร่วมชม
เช่นสื่อมวลชน จ.สตูล หรือคณะของจังหวัด หรือบุคคลสำคัญอื่น ๆ
เป็นกรณีพิเศษเพื่อเข้าชมลีม่าโชร์ต่อไป
นีรนุช/ สตูล

ทหารไทย – มซ. ลาดตระเวนร่วม ทาง พื้นที่.จว.สต.

เมื่อ วันที่ ๕ พ.ย.๕๔ ได้มีพิธีปิดการลาดตระเวนร่วมตามแนวชายแดนไทย – มซ. ในห้วงลาดตระเวน ๑๕ ต.ค.๕๔ - ๓๑ ต.ค.๕๔ โดยฝ่ายไทยจัดกำลังจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๕ และ ฝ่าย มซ. จัดกำลังจาก กองพลน้อยชายแดน มซ. เริ่มลาดตระเวนจาก หลักเขตที่ ๑ บ.คลองกุ้ง ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล พิกัด  พีเอช ๒๔๖๐๙๘ ถึง หลักเขตแดนที่ ๓๙ บ.ไร่เหนือ ต.บาโรย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พิกัด คิวเอช ๐๓๙๙๖๕  ร่วมระยะทาง ประมาณ ๑๕๐ กม. ฝ่ายไทยนำโดย พ.อ.วิชาญ  สุขสง ผบ.ฉก.กรม ร.๕ ฝ่าย มซ.นำโดย พล.จ.มูฮัมหมัด  ซากาเรีย  บิน ยาลี ผบ.กองพลน้อยชายแดน ร่วมในพิธีปิดดังกล่าว การลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย – มซ. เป็นความร่วมมือทางทหารในระดับภูมิภาค โดยมี สนง.ประสานงานชายแดนไทย – มซ. เป็นหน่วยงานประสานนการปฏิบัติ แต่ละฝ่ายจะจัดกำลังการลาดตระเวนของพื้นที่ตนเอง แบ่งเขตการลาดตระเวนเป็น ๔ พื้นที่ ประกอบด้วย
                                                                                                                   พื้นที่   A           สงขลา – เคดาห์                                                                                      พื้นที่   B       ยะลา – เปรัค                                                                                          พื้นที่   C       นราธิวาส – กลันตัน                                                                        
พื้นที่   D        สตูล – เปอร์ลิส                                                                                      
โดยในพื้นที่ จว.สตูล มีพื้นที่การลาดตระเวนคือ พื้นที่ A ,B การลาดตระเวนดังกล่าวจัดปีละ ๒ ครั้ง สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบหลักเขตแดนชำรุด สูญหาย และรายงานหน่วยที่เกี่ยวข้องรับทราบ,การแพร่ระบาดของยาเสพติด,บุคลสองสัญชาติ ,ลักลอบขนสินค้าหลบหนีภาษี,การลักลอบตัดไม้,การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สตูลกวาดล้างใบกระท่อมหน้าช่วงฮารีรายอ ได้ผู้ต้องหา 6 ราย

ตำรวจ สภ.มะนัง เมืองสตูลนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่อาศัยช่วงหน้าฮารีรายอแอบขนใน กระท่อมจำนวน 6 ราย และของกลางเป็นใบกระท่อมอีก 6 กระสอบ               วันที่ 5 พ.ย.54 พ.ต.ท.กมลชัย ศิริรังสี รอง ผกก.(สส.) สภ.มะนัง หัวหน้าชุดจำกุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.มะนัง ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายยุทธนา เหมมุน อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล พร้อมของกลางพืชกระท่วมจำนวน 1 กระสอบ น้ำหนัก 9 ก.ก., นายยูนุด งายาว อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 88 หมู่ 2 ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล ของกลางพืชกระท่อม 1 กระสอบ น้ำหนัก 9 ก.ก., นายนพา เรืองสี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขทีั่ 96 หมู่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ของกลางพืชกระท่อม 1 กระสอบ น้ำหนัก 3 ก.ก. นายอุเส็น คงแดง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ 3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล ของกลางพืชกระท่อม 1 กระสอบ น้ำหนัก 17 ก.ก., นายเหลบ หมาดหีม อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 118 หมู่ 3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล ของกลางพืชกระท่อม 1 กระสอบ น้ำหนัก 12 ก.ก. , นายวรวุฒิ ขุนขำ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ของกลางพืชกระท่อม 1 กระสอบ น้ำหนัก 10.1 ก.ก.
      
       โดยทั้งหมดถูกจับกุมตัวได้ที่บริเวณ บ้านถ้ำโกบ หมู่ที่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล รวมทั้งหมด 6 กระสอบ น้ำหนักรวม 72 กิโลกรัม ได้ขณะกำลังลำเลียงของกลางลงมาจากเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าบ้านถ้ำโกบ
      
       จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว ส่ง ร.ต.อ.กฤติภพ บัวเนียม พนักงานสอบสวน สภ.มะนัง ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และตัดโค่นทำลายต้นไม้ หรือพฤษชาติในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า
      
       จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวมักจะใช้ช่วงเวลาหน้าเทศกาลวันฮารีรายานี้ และเทศกาลวันสำคัญอื่นๆ ลักลอบเข้าไปตัดพืชกระท่อม เพื่อนำไปต้มเป็นส่วนผสมของยาเสพติด สี่คูณร้อย มาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ทหารไทย-มาเลย์ร่วมปราบยาเสพติด-ขบวนการมอดไม้-ขนของเถื่อน

ทหารไทยร่วมกับทหารมาเลเซียแสดงพลังสามัคคีปกป้องแผ่นดิน 2 ประเทศปราบปรามยาเสพติด การตัดไม้ และกองทัพมดขนของสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน พร้อมออกลาดตระเวน ตรวจแนวหลักเขตชายแดน               วันที่ 5 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 นำโดย พันเอก วิชาญ สุขสง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 และ พันเอก ณรค์ ตันติสิทธิพร ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหาราบที่ 5 ร่วมกับฝ่ายทหารประเทศมาเลเซีย ซึ่งนำโดย พล.จ. มูฮัมหมัด ซากาเรีย บิน ยาดี ผู้บัญชากองพลน้อยชายแดน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ทำภารกิจร่วมออกลาดตระเวน ในพื้นที่ D (สตูล-เปอร์ลิส) จากหลักเขตแดนที่ 1 บ.คลองกุ้ง ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ถึงหลักเขตแดนที่ 8B บ้านวังประจันใต้ ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล กับทหารไทย เป็นเวลา 17 วัน โดย วันนี้ ถือว่าทำพิธีปิดการลาดตระเวนแนวชายแดนสิ้นลงครั้งที่ 24 ที่หน้าด่านชายแดนวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล
      
       ทั้งนี้ เพื่อทำการลาดตระเวนร่วม ตรวจตราแก้ไขปัญหาหลักเขตแดนชำรุด และสูญหาย พร้อมลดปัญหาการแพร่ละบาดของยาเสพติดที่อาจเข้ามาทางชายแดนไทยและมาเลเซีย และลดปัญหาบุคคลสองสัญชาติ เนื่องจากราษฎรทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนนั้น ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องกันสามารถเข้าออกไปมาหาสู่กันได้ตลอดเวลา บุคคลเหล่านี้ได้รับบัตรประชาชนทั้งสองประเทศ ทำให้เกิดปัญหา เมื่อมีการกระทำผิดกฎหมายแล้วหลบหนีไปได้อีกประเทศหนึ่งอย่างสะดวก เพื่อลดปัญหาการลักลอบขนสินค้าหลบหนีภาษีของพ่อค้าบางกลุ่มที่ต้องการผล ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงข้อกฎหมาย พร้อมทั้งเป็นการแสดงพลังทั้ง 2 ประเทศไทย มาเลเซียแสดงความสามัคคีในพื้นที่ชายแดนร่วมกันปกป้องปัญหาที่ผิดกฎหมายต่อ บ้านเมืองทั้ง 2 ประเทศ
      
       พร้อมกันนี้ได้ตรวจดูพื้นที่ป่าไม้ เพื่อลดปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าโดยชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ทำกินบุกรุก ป่าสงวน เพื่อใช้ประโยชน์เป็นที่ดินทำกินโดยผิดกฎหมาย จึงทำการเฝ้าระวังโดยมีการร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ดูแลทั้ง 2 ฝ่ายจับตาเฝ้าระวังกลุ่มคนมอดไม้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

จับอดีตดีเจดังเมืองสตูล ผันตัวเองเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด

จับ ดีเจเคนอดีตนักจัดรายการวิทยุชื่อดังใน จ.สตูล หลังผันตัวเองมาเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ ทอง และเงินสดจำนวนหนึ่ง              วันที่ 2 พ.ย.54 เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล ผู้กำกับ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล มอบหมายให้ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา สว.สส.กก.ภ.จว.สตูลพร้อม ด.ต.จิรศักดิ์ รุ่งเรือง และ ด.ต.ณรงค์ ชอบแต่ง ผบ.หมู่ (ป.) วางแผนล่อซื้อยาเสพติดจากนายอัครพัชร์ ทองทา อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 251 ม.8 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล หรือที่รู้จักในนาม ดีเจเคนพร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 2 ห่อ น้ำหนักรวม 1.3 กรัม ทองและเงินสด จำนวน 4,000 บาท โดยล่อซื้อได้ที่บริเวณซอยปากทางเข้าโรงเรียนอนุบาลทักษิณ ถ.สตูลธานี ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล
      
       หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ หรือน้ำแข็ง ชนิดแบ่งขายให้กับกลุ่มผู้ทำงานกลางคืน และนักท่องเที่ยวตามร้านอาหาร ผับบาร์ โดยจะทำการแบ่งขายเป็นถุงพลาสติกขนาดเล็กแบบหูรูด จำหน่ายเป็นห่อหรือที่เรียกในกลุ่มนักเสพว่าแบ่งขายเป็นจี หรือถุงละ 3,500-4,000 บาท โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าไปรับมาจาก อ.สะเดา จ.สงขลา และที่หันเหมาทำเพราะเพื่อนชวนเสพ ก่อนผันตัวเองมาเป็นเอเย่นต์จำหน่ายรายย่อยในพื้นที่
      
       สำหรับ ดีเจเคนเป็นอดีตดีเจชื่อดังใน จ.สตูล เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นดีเจที่มีหน้าตาหล่อเหลา บวกกับงานพิธีกรนอกสถานที่บ่อยๆ จึงเป็นที่หมายปองของสาวๆ โดยเฉพาะกลุ่มสาวประเภทสอง ทำให้มีชื่อโด่งดังอยู่พักใหญ่ จากนั้นผันตัวเองมาเป็นครูอัตราจ้างสอนวิชา ดนตรีในโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สตูล ก่อนจะมาจนมุมตำรวจหลังพบเบื้องหลังลอบเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญดังกล่าว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์