วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

จับแม่เล้าวัย 18 ปี ลวงน้องแฟนเซ่นกามข้าราชการ-นักการเมืองท้องถิ่นเมืองสตูล

รวบสาววัย 18 ตั้งตัวเป็นแม่เล้า หลอกน้องสาวของแฟนส่งปรนเปรอข้าราชการ พร้อมยัดเงิน และกำชับห้ามเล่าให้ผู้ปกครองฟัง แต่ความแตกจึงจับตัวได้เสียก่อน โดยผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมจัดหาเด็กสาวมาขายบริหารแล้วหลายครั้ง

วันที่ 29 ก.ย.53 พ.ต.ท.คมสัน แสงไกร รอง ผกก.ส.สภ.เมืองสตูล พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุม น.ส.อัยระดา สาหลี อายุ 18 ปี บ้านอยู่ชุมชนท่าด่าน ม.3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ในวันที่ 7 กันยายน 2553 ได้มีผู้ปกครองของ ด.ญ.แอนนี่ (นามสมมติ) อายุ 12 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6 แห่งหนึ่งใน อ.เมือง ได้เข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.ต.ฟัยซาล ฮะอุรา ร้อยเวร สภ.เมืองสตูล

โดยระบุว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ล่อลวง ด.ญ.แอนนี่ (นามสมมติ) ไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตตัว เมืองสตูล เพื่อให้ นายซี (ไม่ทราบนามสกุล) ข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ เมื่อข่มขืนเสร็จ ผู้ต้องหาได้นำ ด.ญ.แอนนี่ (นามสมมติ) ไปส่งที่บ้าน พร้อมทั้งให้เงิน 1,500 บาท โดยได้กำชับไม่ให้ ด.ญ.แอนนี่ เล่าให้ใครฟัง ต่อมาผู้ปกครองเห็นพิรุธจึงสอบถาม ด.ญ.แอนนี่ และเล่าเหตุการณ์ให้ผู้ปกครองฟังจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ข้อหา “เป็นธุระจัดหาเด็กหญิงอายุไม่เกิน 12ปี เพื่อการอนาจาร”

ด.ญ.แอนนี่ เล่าเหตุการณ์ว่า ผู้ต้องหาเป็นแฟนกับพี่ชายของตน และได้หลอกตนกับน้องสาว อายุ 11 ปี ไปเที่ยวน้ำตก ก่อนจะพาไปที่โรงแรมดังกล่าว โดยมีผู้ชายชื่อ ซี รออยู่ก่อนแล้วและบังคับให้ตนเข้าไปอาบน้ำพร้อมผู้ต้องหา ก่อนจะหลอกให้ทำทีไปหยิบผ้าเช็ดตัว จากนั้นนายซี ที่รอบนที่นอนตรงเข้ามาลวนลาม พร้อมผลักตนให้นอนก่อนข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นผู้ต้องหาสั่งห้ามไม่ให้บอกเรืองนี้กลับใคร และให้เงินตนพร้อมส่งกลับบ้าน ส่วนน้องสาวนั้นผู้ต้องหาให้เงิน 100 บาท กลับไปก่อน

เมื่อกลับถึงบ้านตนไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง กระทั่งมีเรื่องทะเลาะกับน้องสาว ความจึงแตก เพราะน้องสาวเล่าเรื่องให้ผู้ปกครองฟัง นอกจากนี้ ตำรวจยังสอบขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหามักจะหาเด็กสาววัยขบเผาะมาปรนเปรอกามให้กับกลุ่มข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น และจะมีการสอบสวนและดำเนินคดีแก่กลุ่มผู้ใช้บริการกามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอีกครั้ง ในราคาครั้งละ 2,500 บาท

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ชาวไทย-ต่างชาติสตูลร่วมทำบุญวันสารทเดือนสิบคับคั่ง

ประชาชนชาวสตูลร่วมกันทำบุญวันสารทเดือนสิบเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญาณญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมสืบสานประเพณีวันสารทเดือนสิบอย่างคึกคัด

วันที่ 24 ก.ย.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวพุทธในจังหวัดสตูล ต่างนำปิ่นโต พร้อมอาหารคาวหวาน พาบุตรหลานเข้าวัดใกล้บ้านร่วมทำบุญตักบาตรไหว้พระ เนื่องในวันสารทเดือนสิบ หรือที่ชาวพุทธทางภาคใต้เรียกว่า “วันชิงเปรต” ซึ่งที่วัดมงคลมิ่งเมือง ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล มีการร่วมกันทำบุญให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและเป็นการทำบุญให้แก่ดวงวิญาณที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิดตามความเชื่อแต่โบราณที่จะส่งส่วนกุศลผลบุญของภพนี้ให้กับญาติ พ่อ แม่ พี่น้องที่ล่วงลับไป ซึ่งการทำบุญในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมสืบสานประเพณีด้วย

โดยพิธีกรรมในการทำบุญวันสารทเดือนสิบ มีการนำขนมพื้นเมืองอย่างขนมลา ขนมเจาะหู ขนมต้ม และอีกหลากหลายชนิดมาจัดวางรวมกันที่บริเวณลานกลางวัด หรือที่เรียกว่า ลานเปรต เพื่อส่งให้ดวงวิญญาณได้ร่วมรับส่วนบุญส่วนกุศลที่ผู้ร่วมทำบุญได้ส่งไปให้ หลังเสร็จพิธีกรรมชาวพุทธที่มาร่วมงานก็จะไปหยิบขนมบนลานเปรตมาทานกัน ตามความเชื่อที่ว่าจะได้บุญและเป็นสิริมงคลต่อชีวิตด้วย

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

สนง.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แจกโฉนด ส.ป.ก.4-01 แก่เกษตรกรสตูล 315 ราย

วันที่ 21ก.ย.53 นายสุรศักดิ์ แสงอร่าม รองเลขาธิการสนง.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือส.ป.ก.4-01 ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดสตูล จำนวน 315 ราย ตามนโยบายแก้ปัญหาความยากจนของรัฐบาล ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา บริเวณศาลากลางจังหวัดสตูล โดยมีนายอสิ มะหะมัดยังกี นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสตูล และนายชูศักดิ์ มณีชยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบหนังสือสำคัญครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้จังหวัดสตูลได้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดสตูล หรือ ส.ป.ก.สตูล มาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2552 ได้จัดที่ดินให้เกษตกรตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้วประมาณ 3,390 ราย ที่ดิน 4,569 แปลง เนื้อที่ 36,514 ไร่ใน 5 อำเภอคืออำเภอเมือง อำเภอควนกาหลง อำเภอควนโดน อำเภอละงู และอำเภอทุ่งหว้า ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน 2 อำเภอคืออำเภอท่าแพและอำเภอมะนัง

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

กกต.สตูลจัดโครงการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาการเมือง

วันที่ 21ก.ย.53 09.00 น. สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.ประจำจังหวัดสตูล ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายประชาธิปไตยและผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทุกระดับ ตามโครงการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ณ ศูนย์ OTOP จังหวัดสตูล โดยมีนางมนฤดี พูลสิน กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูลเป็นประธานในพิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งเครือข่ายพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งให้เป็นรูปธรรม ให้ประชาชนมีจิตสำนึกรักในระบอบประชาธิปไตย มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย ร่วมในการป้องกันการกระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง โดยผลการประชุมในครั้งนี้ ทางกกต.สตูล คาดว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจการเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆในกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง รู้กฎหมายและการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ให้สนง.กกต.สตูลได้รับทราบ ส่งผลต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

ชาวสตูลเชิญร่วมคอนเสิร์ต “รักษาเภตรา ตะรุเตา ทะเลบ้านเรา เพื่อลูกหลาน” 27 ก.ย.นี้

เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและตะรุเตา จัดคอนเสิร์ตกึ่งปราศรัยเพื่อรณรงค์ให้ชาวสตูลตระหนักถึงสถานการณ์และความจริง เกี่ยวกับ “เซาเทิร์นซีบอร์ด” โดยมีศิลปินเพื่อชีวิตมากมาย ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ณ ลานสิบแปดล้าน ชายหาดปากบารา

เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา, ชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดสตูล และชมรมศิลปินเพื่อสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล รวมตัวกันจัดคอนเสิร์ตกึ่งปราศรัยเพื่อรณรงค์ให้ชาวสตูล และจังหวัดใกล้เคียงได้ตระหนักถึงสถานการณ์ ทราบข้อมูลสร้างความเข้าใจรู้เท่าทันแผนการพัฒนาโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่กำลังดำเนินการในจังหวัดสตูล

อาทิ โครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา, ท่อและคลังขนส่งน้ำมัน บริเวณบ้านปากบาง เส้นทางรถไฟเพื่อขนส่งสินค้าละงู-จะนะ นิคมอุตสาหกรรมเนื้อที่ 150,000 ไร่ กินพื้นที่คาบเกี่ยวสี่อำเภอ คือ อำเภอละงู มะนัง ควนกาหลง และท่าแพ การขุดเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส และโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งนุ้ย ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา” กำลังดำเนินการขอให้มีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา กว่า 4,734 ไร่ หากเพิกถอนพื้นที่อุทยาน ได้จะเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอันสวยงามทางทะเลอย่างประเมินค่าไม่ได้ ส่วนผลประโยชน์ที่ได้รับเป็นของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้องค์กรต่างๆ จึงร่วมมือกัน จัดงานคอนเสิร์ตกึ่งปราศรัย “รักษา เภตรา ตะรุเตา ทะเลบ้านเรา เพื่อลูกหลาน” เพื่อพยายามเสริมสร้างจิตสำนึกให้คนสตูลตื่นตัวให้รู้จักคุณค่าของภูมิลำเนา ร่วมกันปกป้องรักษาผืนแผ่นดิน รักษาทะเล ธรรมชาติที่บริสุทธิ์และสวยงามเอาไว้

สำหรับคอนเสิร์ตกึ่งปราศรัย “รักษาเภตรา ตะรุเตา ทะเลบ้านเรา เพื่อลูกหลาน” จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 27 กันยายนนี้ ณ ลานสิบแปดล้าน ชายหาดปากบารา อ.ละงู จ.สตูล มีศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดังคับคั่ง อาทิ หงา คาราวาน, มงคล อุทก, ซูซู, เศก ศักดิ์สิทธิ์, แสงธรรมดา, พจนาถ พจนาพิทักษ์, จ็อบ บรรจบ ร่วมกับศิลปินเพื่อชีวิตในภาคใต้ อาทิ กัวลาบารา, ดำ สตูล, ติ๊ก ไทลากูน, สุเมธ สะพาน, กุ้ง ชานชาลา, อรัญ เหมรา, สิรพล อักษรพันธ์ โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป

พร้อมกันนั้น ได้มีการตั้งโต๊ะลงรายชื่อคัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราสมทบกับการล่ารายชื่อในพื้นที่อย่างน้อย 10,000 รายชื่อ ยื่นคัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะเภตรา เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา

นายสมบูรณ์ คำแหง แกนนำเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล กล่าวว่า จากข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2553 “ก.คมนาคมยันจำเป็นสร้างท่าเรือ ปากบารา” ทั้งยังมีกระแสข่าวจากทางอำเภอและจังหวัด ว่า การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะไม่มีการระเบิดหินภูเขา ขุดทราย ไม่มีที่ตั้งคลังน้ำมันห้าพันไร่ ไม่มีพื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมหนึ่งแสนห้าหมื่นไร่ ที่บ้านลาหงาเวนคืนที่ดินเพื่อทำถนนโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น

ไม่ใช่เพื่อรองรับท่าเรือน้ำลึกปากบาราแต่อย่างใด สื่อหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์ล้วนแต่ให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ครอบคลุม และบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร มีแต่พวกเอ็นจีโอที่ได้รับเงินสนับสนุนมาจากสิงคโปร์ออกมาเคลื่อนไหว ปลุกระดมชาวบ้านร่วมคัดค้านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ล่าสุด วันที่ 8 กันยายน 2553 ได้มีการเปิดเผยจากชาวบ้าน ว่า ได้มีหน่วยงานของ สนข.ได้ติดต่อขอเช่าเหมาที่พักและรถเป็นโดยระบุป้ายทะเบียนจังหวัดสตูลระยะเวลาหนึ่งปีเพื่อลงมาประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน

นายสมบูรณ์ คำแหง กล่าวต่อว่า ทางเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล และองค์กรต่างๆ จึงจัดคอนเสิร์ตกึ่งปราศรัย “รักษาเภตรา ตะรุเตา ทะเลบ้านเรา เพื่อลูกหลาน” ในวันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2553 ณ ลานสิบแปดล้าน ชายหาดปากบารา อ.ละงู จ.สตูลเพื่อสร้างความเข้าใจ เผยแพร่ข้อมูลให้กับชาวบ้านเป็นการยกระดับการต่อสู้อีกขั้นหนึ่งตามลำดับขั้นสำหรับการต่อสู้กับภาครัฐ ชาวบ้านจังหวัดสตูลจะต่อสู้ถวายชีวิตเพื่อแลกกับจังหวัดที่สงบมาเนิ่นนานตามมีตามเกิดตามประสา ดำรงอัตลักษณ์พื้นบ้านภาคใต้เสน่ห์กลิ่นอายมาลายู โดยที่รัฐไม่เคยเหลียวแล จนรัฐลืมไปว่าจังหวัดสตูลเป็นจังหวัดหนึ่งในแผนที่ประเทศไทยหรือไม่

อยู่ๆ วันหนึ่งรัฐถือวิสาสะโยนแผนพัฒนาภาคใต้มาให้ คนสตูลยิ้มดีใจนึกว่ารัฐให้ความสำคัญ สตูลจะได้เจริญลูกหลานมีงานทำ ที่ไหนได้ผลกระทบที่จะตามมามากมาย ไม่ว่า ท่าเรือน้ำลึกปากบารา, คลังน้ำมันห้าพันไร่ที่บ้านปากบาง, ขุดทรายยี่สิบล้านลูกบาศก์เมตรที่บ้านบ่อเจ็ดลูก, บ้านหัวหิน, บ้านปากละงู ระเบิดภูเขาแปดลูกทั่วจังหวัดสตูล, นิคมอุตสาหกรรมหนึ่งแสนห้าหมื่นไร่ที่บ้านโกตาตำบลกำแพง, ตำบลเขาขาว,ตำบลน้ำผุด, ตำบลละงูอำเภอละงู, ตำบลอุไดเจริญ อำเภอควนกาหลง, และพื้นที่อำเภอมะนังและอำเภอท่าแพบางส่วน, รถไฟรางคู่, ท่อขนถ่ายน้ำมัน, อุโมงค์สตูล-เปอร์ลิศ มิหนำซ้ำตามมาด้วยอ่างเก็บน้ำคลองช้าง (ทุ่งนุ้ย)

“มันเป็นแผนพลิกบ้านแปลงเมืองของนายทุนและนักการเมืองบางคนที่ฉกฉวยผลประโยชน์ ไม่อยากจะนึกสภาพของจังหวัดสตูลหากเป็นไปตามชะตากรรมนั้น ถึงอย่างไรก็ตามผมยังเชื่อว่าคนจังหวัดสตูลคงไม่ยอมขี้ข้าเหนือผืนแผ่นดินที่ได้ครอบครอง จังหวัดสตูลคงไม่มีทางตกเป็นอาณานิคมของนายทุนและนักการเมืองเด็ดขาด” นายสมบูรณ์ คำแหง กล่าว

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

สตูลเปิดแล้วมหกรรมอาหารสะอาดฯ-พ่อเมืองฟัดโรตีโชว์

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและผู้บริหารท้องถิ่นใหญ่ในจังหวัดโชว์การชงชาและฟัดโรตีในงานมหกรรมอาหารสะอาด รสชาดอร่อย เมืองสตูล

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดงานมหกรรมอาหารสะอาด รสชาติ อร่อย เมืองสตูล พร้อมโชว์ลีลาการชงชาชักของดีชายแดนใต้และขึ้นชื่อชองจังหวัดสตูล รวมทั้งโชว์การฟัดโรตีอาหารหลักของพี่น้องมุสลิมที่ได้รับความนิยม โดยมีนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และนายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล ร่วมโชว์ลีลาที่ตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยว และนักกีฬาที่เดินมาร่วมกันสร้างความสนุกสนานก่อนแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานชิมกันฟรีในครั้งนี้ด้วย พร้อมกันนี้ภายในงานมีการจำหน่ายอาหารพื้นเมืองของดีเมืองสตูล และจังหวัดข้างเคียงไม่น้อยกว่า 50 บูทไว้บริการด้วย

ทั้งนี้ งานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน กีฬามหกรรมไทคัพ มหกรรมกีฬาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9 เขตภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งจังหวัดสตูลร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ได้คัดเลือกให้จังหวัดสตูล เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ไทคัพ มหกรรมกีฬาท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ระดับเขตภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างวันที่ 17-24 ก.ย.นี้ ที่สนามรัชกิจประการและสนามใกล้เคียง อ.เมืองสตูล เพื่อ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และลดปัญหาของสังคม เช่นปัญหายาเสพติด ปัญหาด้านการมั่วสุ่มของวัยรุ่น และยังเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนมีจิตสำนึกในความรักหมู่คณะหวงแหนถิ่นกำเนิด ตลอดจนรักหวงแหนประเทศชาติ

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

สนข.ซุ่มเช่ารถตู้ทะเบียนสตูล-ห้องพักนาน 1 ปีดันโครงการท่าเรือนำลึกฯ

มีรายงานข่าวว่า สนข.เปลี่ยนแผนรับมือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ลงทำงานโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกอุตสาหกรรมปากบารา เพื่อเลี่ยงการต่อต้านจากชาวบ้าน โดยติดต่อผู้ประกอบการเช่ารถตู้ทะเบียนในพื้นที่ พร้อมที่พักนาน 1 ปี ด้านเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาสตูลเผยเตรียมรับมือเช่นเดียวกัน สั่งเครือข่ายร่วมจับตารถตู้และบุคคลแปลกหน้า

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2553 ได้มีหน่วยงานจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม (สนข.) ติดต่อผ่านเว็บไซต์ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเว็ปไซต์หนึ่ง เพื่อดำเนินการเช่าโรงแรม ที่พัก รถยนต์ รถตู้ปรับอากาศ เหมาเช่าโดยไม่เกี่ยงราคา เป็นระยะเวลาติดต่อกันหนึ่งปี โดยมีข้อแม้ว่ารถต้องเป็นป้ายทะเบียนจังหวัดสตูลเท่านั้น เพื่อต้องการลงมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

โดยการพยายามหลีกเลี่ยงการใช้รถของหน่วยงานราชการส่วนกลางเข้ามานั้น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และไม่ต้องการให้ชาวบ้านในเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูลจับความเคลื่อนไหวในการลงพื้นที่ได้ โดยรถดังกล่าวจะดำเนินการวิ่งระหว่างสนามบินหาดใหญ่ -สตูล และพื้นที่อำเภอละงู

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมยศ โต๊ะหลัง แกนนำเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 นักวิชาการลงพื้นที่ปากบารากับรถตู้ปรับอากาศคันสีขาว ป้าย อธ 531 กรุงเทพมหานคร ทำให้ชาวบ้านตื่นตัวตรึงพื้นที่เฝ้าระวัง โดยพยายามกำชับให้สอดส่องรถ และบุคคลแปลกหน้า

“เมื่อได้ทราบว่าหน่วยงานส่วนกลางได้พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนทัพ ติดต่อเช่าที่พักและรถ โดยระบุป้ายทะเบียนจังหวัดสตูลทำให้เรารู้วิธีที่จะตั้งรับและรุกจากการรู้เส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดีทำให้การจับตาความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่ลงมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่เป็นระยะหนึ่งปียิ่งทำให้ทราบโดยง่าย มิอาจที่จะหลุดรอดไปจากสายตาของชาวบ้านในเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูลไปได้”

มิหนำซ้ำปฏิกิริยาของชาวบ้านกำลังโกรธแค้นหน่วยงานของรัฐเป็นอันมาก เห็นจากการขู่จะปิดประตูห้องประชุมและโห่ขับไล่ที่ปรึกษานายถาวรเสนเนียม รมช.มหาดไทยและคณะ 12 คน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางเครือข่ายฯยังกำชับชาวบ้านให้ตรวจสอบรถที่มีป้ายทะเบียนจังหวัดสตูลเป็นพิเศษทุกคันนับแต่นี้ไป เห็นคนแปลกหน้าก็ให้สันนิษฐานไปก่อนว่า เจ้าหน้าที่ที่ลงมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราและรถไฟรางคู่

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกและถมทะเลบริเวณปากคลองปาก บารา อำเภอละงู จังหวัดสตูลของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัท เอทีที คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาและทำการศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม (สนข.)ได้ว่าจ้างบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด, บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท พีทีแอล คอนซัลแทนส์ จำกัดให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ซึ่งมีกำหนดการ ส่งมอบงานให้ ในวันที่ 15 กันยายน 2553 นี้ และบริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด จะส่งเจ้าหน้าที่ลงมาชี้แจง ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

“ผู้ว่าฯ สตูล” หอบโครงการขุดเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส คุย “มหาเธร์” เร่งก่อนเกษียร

หลังจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อนุมัติงบ 35 ล้านบาท ศึกษาโครงการก่อสร้างถนนอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส ขณะที่ผู้ว่าฯ สุเมธ เร่งเครื่องก่อนเกษียณนำคณะเข้าพบ ดร.มหาเธร์ ที่ปรึกษานายกฯ มาเลเซียหารือ ก่อนขานรับเร่งผลักดันเป็นเส้นทางการค้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว

วันที่ 17 ก.ย.53 นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำคณะเจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการ และคณะสื่อมวลชนเข้าพบ ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ซึ่งล่าสุดดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ห้องรับแขกโรงแรมฮืฮรัง เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยนำโครงการก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ถนนสตูล-เปอร์ลิส มาเลเซีย เข้าหารือถึงท่าทีต่อความร่วมมือในการก่อสร้างโครงการในครั้งนี้ที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนและสื่อไทยรวมทั้งต่างประเทศ ซึ่งจับตาในการหารือในครั้งนี้

ด้าน ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยืนยันที่จะได้รับเรื่องและเตรียมนำโครงการก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ถนนสตูล-เปอร์ลิส เข้าชี้แจงต่อทางรัฐบาลมาเลเซียในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) เพื่อศึกษาความเป็นมาของโครงการฯ และความคุ้มค่าของการลงทุน รวมทั้งผลกระทบในด้านต่างๆ ขณะที่ทางรัฐบาลไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 35 ล้านบาทผ่านกรมทางหลวงเพื่อมาทำการศึกษาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนผ่านมา

ทั้งนี้ ดร.มหาเธร์กล่าวว่า ได้พูดคุยกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ว่าการก่อสร้างโครงการขุดเจาะอุโมงค์ไทยกับมาเลเซีย โดยทางประมาเลเซียพร้อมที่จะทำการขุดเจาะอุโมงค์ โดยทางมาเลเซียยินดีพร้อมให้ความร่วมมือ และการทำอุโมงค์นี้ถือว่าเป็นการเปิดเส้นทางการเดินทางเส้นทางท่องเที่ยว รวมถึงเป็นเส้นทางการค้าอีกด้วย โดยจะนำเรื่องนี้ขึ้นไปพูดคุยกับทางรัฐบาลมาเลเซีย และปรึกษาทางด้านรัฐบาลอีกครั้งให้ถี่ถ้วน

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า การพูดคุยกันระหว่าง ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความคืบหน้าที่ดีของโครงการ ซึ่ง ดร.มหาธีร์พร้อมจะผลักดันให้โครงการฯ นี้เกิดขึ้น โดยจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ทางกัวลาลัมเปอร์ให้

โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 4,000 ล้านบาทโดยเบื้องต้นมาเลเซียเห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการมีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลส่วนหนึ่งและเอกชน ซึ่งการลงทุนร่วมจะมีการเก็บค่าผ่านทางเป็นภาษีคืนให้กลับรัฐ หลังการพูดคุยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลจะนำเรื่องขึ้นเรียนนายกรัฐมนตรี และกงสุลระหว่างประเทศถึงความคืบหน้าของโครงการฯต่อไป

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

อบจ.เผยแผนยกระดับการศึกษาเตรียมตั้งสาขามหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรก

อบจ.ทุ่มงบยกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับต้น-มหาวิทยาลัย โดยตั้ง “ศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรม” ให้แก่เยาวชนไทยมุสลิม มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังอุดหนุนงบประมาณ ปี 2553 -2554 ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จังหวัดสตูล

นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล (อบจ.) กล่าวถึงหนึ่งในนโยบายด้านการส่งเสริมการศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ อบจ.สตูล เน้นหนักในการพัฒนา และให้ความสำคัญปลูกฝังให้เยาชนได้รับการส่งเสริมการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เยาวชนไทยมุสลิมยึดหลักศาสนาอิสลามในการดำเนินชีวิต จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์อบรมคุณธรรม จริยธรรม” ให้แก่เยาวชนไทยมุสลิม โดยการสร้างอาคาร 3 ชั้น ขนาด 18x28 เมตร ในงบประมาณ 12 ล้านบาทเศษ สามารถจุเยาวชนและวิทยากรได้ 150 คน โดยตัวอาคารจะเป็นสถานที่โล่งกว้างในการทำกิจกรรม อาคารชั้นสองจะปรับเป็นที่พักของเยาวชน และชั้นสามเป็นห้องพักวิทยากรและเยาวชน

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณมัสยิดบ้านคลองช้าง ม.11 ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล ที่จะฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชนไทยมุสลิม โดยใช้บริบทรอบอาคารศูนย์ฯ ทั้งวิถีชีวิตของคนในชุมชน ธรรมชาติ มัสยิดและกุโบร์ (สุสาน) มาเป็นตัวแปรในการให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมด้วยการนำเอาวิถีชีวิตของคนในชุมชนมาเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีระหว่างผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือกันพัฒนาเยาวชนให้เป็นเยาวชนที่มีภูมิคุ้มกัน ทั้งคุณธรรม จริยธรรม เพื่อสังคมต่อไปและในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นอกจากนี้ เยาวชนในศาสนาอื่นๆ ก็มีกิจกรรมดีๆ ที่จะส่งเสริมและหาเวทีให้มีส่วนร่วม เช่น กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ ปลูกป่า โดยให้เยาวชนในท้องที่ อ.เมือง อ.ท่าแพ อ.ละงู และ อ.ทุ่งหว้า อำเภอละ 100 คน ร่วมกับปลูกป่าพร้อมกันเพื่อปลูกฝังให้รู้รักษ์ธรรมชาติ และเห็นคุณค่าของธรรมชาติที่มีผลต่อการดำรงชีวิต อีกทั้งยังเป็นการลดภาวะโลกร้อน

ทั้งนี้ อบจ.สตูล ได้จัดตั้งศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น (ศูนย์ GTX) เพื่อค้นหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เข้ารับการส่งเสริม สนับสนุน ให้มีโอกาสแสวงหาความรู้ความสามารถ โดยมีศูนย์ส่งเสริมผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษแห่งชาติ (NGT) เป็นหน่วยงานย่อย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการเสาะหาพัฒนาและใช้ศักยภาพของผู้มีความสามารถกำหนดมาตรฐานและรูปแบบในการพัฒนา เพื่อให้ผู้มีความสามารถพิเศษได้พัฒนาศักยภาพและใช้ความสามารถ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็ก เยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ

ทาง อบจ.สตูล เล็งเห็นความสำคัญ และได้มีการจัดตั้งศูนย์ (GTX) หรือศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นขึ้นที่จะค้นหาเด็กในกลุ่มอายุ 10-12 ปี (ชั้น ป.4-ป.6) ทั่วจังหวัด เข้าค่ายกิจกรรมสุดสัปดาห์ จำนวน 30 ครั้ง จัดเข้าค่ายปลายภาคเรียนจำนวน 2 ครั้งจากบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญที่จะดึงศักยภาพของเด็กและเยาวชนออกมาพัฒนาส่งเสริม อีกทั้งยังได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษใน จ.สตูล ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อบจ.สตูล ยังอุดหนุนงบประมาณ ปี 2553 จำนวน 6,000,000 บาท แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด และในปีงบประมาณ 2554 จะอุดหนุนเพิ่มอีก 3,000,000 บาท ให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จังหวัดสตูล ขึ้นที่พื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งใหญ่สารภี ต.ละงู อ.ละงู ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ให้แก่เยาวชนและผู้สนใจ ให้มีความรู้และความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ

ข้อมูล...ผู้จัดการ แนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

ยึดไม้ซุงอายุกว่า 100 ปี ซุกในหมู่บ้านที่สตูล

หน่วยป้องกันรักษาป่าที่สตูล 1 พร้อม จนท.กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ายึดไม้ท่อนซุงพันธุ์ไม้เปรียงอายุกว่า 100 ปี จำนวน 5 ท่อน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.53 นายโกสิทธิ์ วงษ์พันธ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่สตูล 1 (ทุ่งนุ้ย) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ จ.สตูล และเจ้าหน้าที่กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ายึดไม้ท่อนซุงขนาดใหญ่จำนวน 5 ท่อน เป็นพันธุ์ไม้เปรียงอายุกว่า 100 ปี ซุกซ่อนอยู่ในหมู่บ้านผัง 120 หมู่ที่ 7 เส้นทางเข้าอ่างเก็บน้ำ ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งมีขนาดความยาว 4 ถึง 5 เมตร และเส้นรอบวงใหญ่ถึง 2 เมตร

หลังการข่าวแจ้งว่า มีการนำไม้จากป่าสงวนแห่งชาติป่าควนกาหลง โดยใช้ช้างในการลักลากมาซุกซ่อนไว้ในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งล่าสุดไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ และไม่มีรูปรอยดวงตราประทับหน้าตัดไม้แต่อย่างใด และวางอยู่ใกล้บริเวณบ้าน นายสมพงศ์ แก้วสลับนิล บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 7 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งได้ออกมากล่าวปฏิเสธต่อเจ้าหน้าที่ว่าไม่ใช่ของตนและไม่ทราบว่าเป็นของใคร ซึ่งจะมีการตรวจสอบผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป จึงตรวจยึดและส่ง สภ.ควนกาหลง ดำเนินคดีในข้อหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 ฐาน ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 69 ฐานมีไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำผิดมาตรา 31 วรรค 2 มีไม้ท่อนปริมาตรรวมเกิน 4 ลูกบาศก์เมตร

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

นายอำเภอควนโดน สตูล ยึดยาแก้ไอ-ยาแก้แพ้สูตรผสมสี่คูณร้อย

วันที่ 15 ก.ย.53 เวลา 16.00 น.นายเอกรัฐ หลีเส็น นอภ.ควนโดน พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.สภ.ควนโดน พ.ต.ท.กฤษณะ พรรณรัตน์ รอง ผกก.สส พ.ต.ท.พิภพ อุทัยเกษม สว.สส.นายธวัช ช่วยเกตุ ปลัดอำเภอควนโดน ร.ต.ท.คณิต เต่งทิ้ง พร้อมกำลัง 20 คน ได้นำหมายศาลจังหวัดเข้าค้นบ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 4 ต.ควนสตอ อ.ควนโดน ซึ่งเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้านและสามารถบุกเข้ายึดยาแก้ไอและยาแก้แพ้ จำนวน 459 ขวด

ทั้งนี้ ได้ทำการจับกุมนางสาวจิรวดี แอหลัง อายุ 23 ปี ได้ขณะกำลังขายยาแก้ไอให้กับวัยรุ่น จำนวน 2 ขวด ในราคา 150 บาท ซึ่งสายข่าวรายงานว่าร้านดังกล่าวมักจำหน่ายยาแก้ไอให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้าน

ก่อนจะนำหมายศาล จ.สตูล อีก 1 ใบ เข้าค้นบ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 4 บ้านกลาง ต.ควนสตอ อ.ควนโดน ซึ่งมี นางกระโสม บิลาอาขู อายุ 55 ปี มารดา กับ นายชำนาญ เกื้อช่วย อายุ 54 ปี (พ่อเลี้ยง) ของ นางสาวจิรวดี อยู่ภายในบ้านที่อยู่ตรงข้ามฝากถนนร้านขายของชำ พบยาแก้ไอจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในแกลลอนพลาสติกและซุกใต้พื้นที่ทำเป็นช่องลับและใช้กระเบื้องปิดทับอีกชั้นเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

จึงสามารถตรวจยึดยาแก้ไอยี่ห้อ บีเฟนดริล จำนวน 69 ขวด และยี่ห้อ เมต้า ไซรับ ซึ่งเป็นยาแก้แพ้และแก้เมารถ จำนวน 390 ขวด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนโดน และจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามคนซึ่งเป็นส่งดำเนินคดีในข้อหา “ครอบครองและจำหน่ายยาแก้ไอ ยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ พบว่า มักจะจำหน่ายยาแก้ไอให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้าน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมยาสี่คูณร้อย ในการเสพเพื่อมึนเมา และมีการลักลอบจำหน่ายมานานจนมาถูกจับในที่สุด

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

สนง.ประชาสัมพันธ์จ.สตูลจัดเสวนาประชาธิปไตยสร้างเครือข่ายเยาวชนรุ่นใหม่ให้ตื่นตัวในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายสำราญ วิจิตรพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการส่งเสริม พัฒนาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่งผลเกิดปัญหาต่างๆ มากมายและกระทบถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนส่วนรวมในสังคมไทย เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาอื่นๆ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเยาวชน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย อย่างเต็มรูปแบบ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ขึ้น ในวันที่ 17 กันยายน 2553 ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคสตูล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเผยแพร่ให้เครือข่ายเยาวชนนักเรียนนักศึกษาประมาณ 200 คนเข้าร่วมกิจกรรม ได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสิทธิทางการเมืองตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตรทรงเป็นประมุข

ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 -16.00 น. โดยภาคเช้าจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิทางการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง ภาคบ่ายเป็นการจัดเวทีประชาธิปไตย ในรูปแบบการสัมมนา พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชน สื่อมวลชนและ เยาวชนนักเรียนนักศึกษาที่มีสิทธิเลือกตั้งและยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัด คาดว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะทำให้เยาวชนในจังหวัดสตูลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง เป็นเครือข่ายยุวชนประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้มแข็งที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

ซ้อมสึนามิสตูลโกลาหล นักท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะไม่รู้เรื่อง

ชาวบ้านให้ความร่วมมือซ้อมแผนภัยสึนามิ ขณะนักท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะแตกตื่นถึงการซ้อมแผนครั้งนี้ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งให้เจ้าหน้าที่บนเกาะชี้แจงด่วนระหว่างนั้น

วันที่ 13 ก.ย.53 บรรยากาศการซ้อมแผนภัยสึนามิ ที่บริเวณ ม.1 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล มีประชาชนในพื้นที่ ม.1 ม.2 ม.3 บ้านตันหยงโปกว่า 500 คน ได้เข้าร่วมซ้อมแผนกันอย่างคึกคัก โดยมีการจำลองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากคลื่นสึนามิ มีบาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย บาดเจ็บหนัก 22 ราย และเสียชีวิต 2 คน และประชาชนต่างวิ่งอพยพไปที่โรงเรียนบ้านตันหยงโป โดยมี นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อม นายสำเริง วงศ์มุณีวรณ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล ร่วมรับชม และประเมินการซ้อมแผนในครั้งนี้

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบนเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ตื่นตระหนกเสียงสัญญาณซ้อมแผนภัยสึนามิ เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้า ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเร่งประสานงานนายอำเภอชี้แจงนักท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ และตามสถานที่ท่องเที่ยวเกาะแก่งภายในจังหวัดสตูลอย่างเร่งด่วน

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เร่งประสานงานเจ้าหน้าที่บนเกาะหลีเป๊ะ หลังมีการซ้อมแผนภัยสึนามิ เปิดเสียงสัญญาณ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแตกตื่น พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำเกาะ ชี้แจงเหตุการณ์ซ้อมแผนแก่นักท่องเที่ยว โดยได้รับประสานงานกลับมาได้ทำความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เหตุที่สัญญาณหอเตือนภัยดังขึ้น เพื่อเป็นการซ้อมแผนในประเทศไทย สำหรับการประเมินซ้อมแผนในครั้งนี้ ถือว่าประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจผ่านไปด้วยดี

นางมนฑา โหลสกุล อายุ 44 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ซ้อมแผน กล่าวว่า สำหรับการซ้อมแผนในครั้งนี้ ถือว่าดีสำหรับเราที่เป็นชาวบ้านอยู่ริมทะเล และถือว่าบ้านตันหยงโปได้รับผลกระทบภัยสึนามิมาแล้ว และชาวบ้านจะได้มีทักษะในการช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ทันท่วงที ไม่ตื่นตระหนกหากเกิดภัยพิบัติขึ้นจริง ซึ่งถืออีกว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยสึนามิ ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ โดยทางรัฐให้ความสำคัญอย่างมาก และอยากที่จะให้ซ้อมแผนอย่างนี้เรื่อยๆ ไป

นายสะอาด ฮะยีบิลัง ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 บ้านหาดทรายยาว ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า การซ้อมแผนในครั้งนี้ ทางตนเป็นผู้นำท้องถิ่นได้ประกาศเชิญชาวบ้านมาร่วมกันซ้อมแผน ซึ่งชาวบ้านให้ความสำคัญในการซ้อมแผนดี มาก และถือว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องภัยธรรมชาติที่ดี และอย่างให้มีการซ้อมแผนต่อไป

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

พบต้นยางพาราคู่อายุกว่า 100 ปี กลางกุโบร์ฝั่งศพที่สตูล

พบต้นยางพาราคู่อายุกว่า 100 ปี กลางกุโบร์ฝั่งศพพี่น้องมุสลิม จ.สตูล คาดพันธุ์เดียวกันต้นยางต้นแรกที่ จ.ตรัง สมัยพระยาภูมินารถภักดี

ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่จากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางสตูล เดินทางเข้าไปสำรวจต้นยางพาราคู่ 2 ต้นที่มีอายุกว่า 100 ที่ขึ้นเด่นสง่า อยู่กลางในสุสานฝั่งศพของพี่น้องมุสลิม หรือที่เรียกว่า “กุโบร์กลางมัสยิดตัชดีกอตุรอิสลาม” บ้านโคกทราย หมู่ที่ 5 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.สตูล ที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

นายนิสัย ธนเกียรติ์ ผอ.สกย.สตูล กล่าวว่า หลังจากที่กลับไปศึกษาต้นยางพาราทั้งสอง จึงตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็นว่า น่าจะเป็นการนำเข้ามาปลูกของพระยาภูมินารถภักดี เจ้าเมืองคนแรกของ จ.สตูล ที่มีการทำการค้าอยู่กับมาเลเซีย และศรีลังกา และอาจจะเป็นการปลูกในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ในสมัยที่สตูลขึ้นกับภูเก็ต พ.ศ.2452 และมีการนำมาปลูกในขณะที่เดินทางมาเปิดโรงเรียนสตูลวิทยา เพราะดูจากขนาดรอบต้นใหญ่ถึง 4 คนโอบ และสูงราวตึก 4 ชั้น ซึ่งทาง สกย.เคยทำโครงการเพื่อเก็บเม็ดกล้ายางพาราเพาะเพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน แต่ก็ถูกยุบโครงการไป

ขณะที่ นายดาหมาด กูแดหวัน นายก อบต.บ้านควน เผยว่า เตรียมส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษา โดยจะทำประวัติให้เป็นที่รู้จักว่า อบต.บ้านควนก็มีของดีที่ทรงคุณค่าที่อยากจะให้ลูกหลานเก็บไว้ดูเป็นที่ภาคภูมิใจ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ก็มีการเก็บเมล็ดพันธุ์กล้ายางพาราทั้งสองต้นนี้ไปปลูก เพราะหลายคนเชื่อว่าจะได้น้ำยางดีและรากลึกยาว

ในขณะที่ชาวบ้านที่เป็นคอหวยพยายามเข้ามาขอเลขเด็ด แต่ก็ถูกชาวบ้านปฏิเสธทำให้สภาพต้นยางพาราที่นี่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 8 ตรวจราชการพื้นที่จังหวัดสตูล

วันที่ 9 ก.ย.53 นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 8 และคณะได้เดินทางมาตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2553 ที่จังหวัดสตูล โดยได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความก้าวหน้าและรับฟังปัญหาตามนโยบายของรัฐบาล ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด มีนายชูศักดิ์ มณีชยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ให้การต้อนรับ

สำหรับนโยบายที่คณะมาตรวจติดตามในวันนี้ประกอบด้วยนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งโครงการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เช่นโครงการอาหารปลอดภัย ซึ่งผู้ตรวจราชการกำชับให้ผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึง OUT PUT หรือความสำเร็จหรือ และ OUT COME หรือผลที่จะได้รับด้วย

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

กอ.รมน.สตูลหารือการช่วยเหลือเยาวชนว่างงานในพื้นที่ 1,000 คน

วันที่ 9 ก.ย.53 ที่ห้องประชุม กองบังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะรองผอ.กอ.รมน.สตูล เป็นประธานประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องถึงแนวทางการดำเนินโครงการทำดีมีอาชีพ ของ กอ.รมน.สตูล เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ว่างงานในจังหวัดสตูลประมาณ 1,000 คน โดยสถาบันการศึกษาและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานในพื้นที่อบรมวิชาชีพด้านช่างเทคนิค เช่นช่างไฟ ช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ ช่างซ่อมจักรยานยนต์ และเครื่องเรือเล็ก ฯ

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

จังหวัดสตูลเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันมหกรรมกีฬาจังหวัดสตูลประจำปี 2553 ระหว่าง15-24 กันยายนนี้

วันที่ 9 ก.ย.53 ที่ห้องประชุมศูนย์สารสนเทศองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมกีฬาจังหวัดสตูลประจำปี 2553 หรือนฆรีสโตยเกมส์ ซึ่งทางจังหวัดสตูลร่วม อบจ. บริษัทสิงห์คอร์ปเปอร์เรชั่นจำกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 กันยายน 2553 ณ สนามกีฬารัชกิจประการ และสนามกีฬากลางจังหวัดสตูล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีทักษะในการเล่นกีฬา พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ และส่งเสริมให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด

งานมหกรรมกีฬาในครั้งนี้เป็นการแข่งขันกีฬาหลายประเภทของนักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เช่น ฟุตบอล เซปัคตะกร้อ เปตอง วอลเลย์บอล นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกีฬาไทคัพเขตภาคใต้ตอนล่าง ครั้งที่ 9 ประจำปี 2553 ซึ่งบริษัทสิงห์คอร์เปอร์เรชั่นจำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดสตูล ในวันที่ 17-24 กันยายน 2553 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสตูลและสนามกีฬารัชกิจประการ เพื่อคัดเลือกตัวแทน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เข้าแข่งขันระดับประเทศ กีฬาที่จัดแข่งขัน 9 ประเภทด้วยคือ ฟุตบอลทั่วไป ฟุตบอลอาวุโส กีฬาพื้นบ้าน เซปัคตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง เปตอง วอลเลย์บอล เดาะฟุตบอล และประกวดกองเชียร์จะมีพิธีเปิดเวลา 18.00 น.วันที่ 17 กันยายน 2553 ณ สนามกีฬารัชกิจประการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธานในพิธี

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

ศุลกากรเมืองสตูลนำกำลังเข้าจับกุมแก๊งขนยาสูบบารากุ ได้ของกลางรวมมูลค่า 174,000 บาท

ศุลกากรเมืองสตูลนำกำลังเข้าจับกุมแก๊งขนยาสูบบารากุ ได้ของกลางรวมมูลค่า 174,000 บาท หลังจากสืบทราบว่า มีการลอบขนยาสูบบารากุจากประเทศมาเลเซียเข้ามาขึ้นฝั่งไทยเตรียมลำเลียงส่งกรุงเทพฯ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ. สตูล ส่วนผู้ต้องหาหนีไปได้อย่างลอยนวล


วันที่ 8 ก.ย.53 นายชัยณรงค์ พุทธรัสสุ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการหัวหน้าหน่วยสืบสวนปราบปรามจังหวัดสตูล นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจยึดยาเส้นเปียกอัดแท่งบรรจุในถุงพลาสติก 304 ห่อ นน. 90 ก.ก. และหัวเชื้อบารากุ 90 กก.รวม 180 กก.อุปกรณ์การเสพอีก 6 ชุด รวมมูลค่า 174,000 บาท ได้ที่บริเวณท่าเที่ยบเรือเจ๊ะบิลัง หมู่ 2 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล

ภายหลังจากสืบทราบว่า มีการลอบขนยาสูบบารากุจากประเทศมาเลเซียเข้ามาขึ้นฝั่งไทยที่ท่าเรือเจ๊ะบิลังเตรียมลำเลียงส่งกรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพบส่วนผู้กระทำความนั้นหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลแล้ว

จากการตรวจสอบพบว่า ของกลางยาสูบบารากุดังกล่าวนี้แบ่งขายห่อละ 2,000 บาท ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีในข้อหา “ลักลอบหนีศุลกากรเข้าในราชอาณาจักร มาตรา 27 และ 27 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 มาตรา 16 และ 17 พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับ 9 พ.ศ.2482” ต่อไป

สำหรับหัวเชื้อบารากุนั้น เป็นสารเสพติดตัวใหม่ที่แก๊งวัยโจ๋ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมเสพกันเกลื่อนในร้านน้ำชาที่เจ้าของร้านมีการจัดสถานที่ไว้ให้เสพกันอย่างเมามันส์ในราคาครั้งละ 250 บาท โดยนั่งล้อมสูบกันครั้งละสูบ 5-6 คน มีอุปกรณ์การเสพที่มีลักษณะคล้ายตะเกียงที่มีตัวสูบ 2 ด้าน เป็นยาที่นิยมเสพกันในประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย และกำลังขยายอิทธิพลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างกะเทน้ำจากกระบอกไม่มีผิด

ข้อมูล...ผู้จัดกาออนไลน์

ชาวไทยเชื้อสายจีน จ.สตูล แห่ร่วมงานประเพณีไหว้ผีโบ๋ (ผีไร้ญาติ)

ชาวไทยเชื้อสายจีน จ.สตูล แห่ร่วมงานประเพณีไหว้ผีโบ๋ (ผีไร้ญาติ) พร้อมรำลึกประวัติศาสตร์ประเพณีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กันอย่างคึกคัก ขณะชาวบ้านจังหวัดใกล้เคียงแห่เข้ามากราบไหว้ขอพร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ในพื้นที่อำเภอทุ้งหว้า จ.สตูล กว่า 300 คน ออกมาร่วมสืบสานประเพณีไหว้ผีโบ๋ (ผีหมู่) และรำลึกประเพณีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทาง นายชัยณรงค์ ทิวไทรสาน นายกเทศบาลตำบลทุ่งหว้า จัดขึ้นที่บริเวณลานหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลทุ่งหว้า จ.สตูล โดยมีการจัดซุ้มนิทรรศการประวัติศาสตร์อำเภอทุ่งหว้าสมัยก่อน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ที่เดินทางมาดูกันอย่างคึกคักภายในงาน

สำหรับประเพณีการไหว้ผีโบ๋ (ผีหมู่) เป็นประเพณีที่มีมายาวนาน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คือการไหว้ผีไม่มีญาติ ตามถนนหนทาง ผีที่ถูกทิ้งไว้ ไม่มีใครมาทำบุญ หรือเรียกว่า ผี ผีชั่วร้าย

การทำพิธีในครั้งนี้ ทำให้ผีเหล่านี้กลายเป็นผีที่น่าสงสาร จนปัจจุบันเรียกว่า ฮอเฮียตี๋ แปลว่า พี่น้องที่ดี พร้อมกับทำพิธีเปิดประตูยมโลกตามความเชื่อของคนจีน ซึ่งการทำพิธีในครั้งนี้ จะต้องมี นายหัว หรือหัวหน้า ที่ทำหน้าที่เรียกผีโบ๋ และทำหน้าที่เสี่ยงทายหาหัวหน้าคนต่อไป

นายชัยณรงค์ ทิวไทรสาน นายกเทศบาลตำบลทุ่งหว้า กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดงานที่สืบสานประเพณีอันเก่าแก่ ของชาวอำเภอทุ่งหว้ามาแสนนาน ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ ที่ผ่านมา

ประเพณีการไหว้ผีโบ๋ เป็นการทำบุญครั้งใหญ่ และมีการนำหัวหมู ข้าวสาร ผลไม้อาหารคาวหวาน มาทำพิธีให้กับผีโบ๋ และ ญาติที่ลาวงลับไปแล้ว สำหรับเมื่อทำพิธีเสร็จก็ปล่อยให้ชาวบ้านที่ยากจนเข้ามาเอาอาหาร และข้าวสารนำกลับไปบ้าน พร้อมมีการปักธงสี และ เขียนลวดลายจีน โดย ให้ชาวบ้านเข้ามาแย่งชิงกัน ซึ่งใครได้ธงสีไปนำไปติดที่บ้านจะได้ เป็นสิริมงคลในชีวิตครอบครัว

ด้าน นายเอกสิทธิ์ สิทธิโกศล คณะกรรมการชาวไทยเชื้อสายจีน กล่าวว่า ประเพณีนี้มีมานานแสนนาน ตั่งแต่แรกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีเป็นการเสริมสร้างให้ชาวอำเภอทุ่งหว้าได้มีส่วนร่วมในการสมานฉันท์ เอื้อเฟื้อเพื่อแผ่แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีการร่วมแรงร่วมใจกับชาวบ้านในพื้นที่มาตลอด

สำหรับบรรยากาศภายในงาน ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดตรังเดินทางเข้ามาร่วมพิธีกันอย่างคึกคัก โดยเทศบาลตำบลทุ่งหว้า ได้จัดมหรสพการแสดง เจ็ดนางฟ้า และการเชิดสิงโต

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

จังหวัดสตูล พร้อมทดสอบ 22 หอเตือนภัยสึนามิพร้อมกับอีก 5 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน

วันที่ 7 กันยายน 2553 ที่ห้องประชุม โรงแรมสินเกียรติธานี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายสำเริง วงศ์มุณีวรณ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน เรื่องความพร้อมของจังหวัดสตูลในการฝึกซ้อมระบบเตือนภัย และอพยพหลบภัยสึนามิ ปี 2553 ซึ่งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กำหนดให้ 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน คือ ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล จัดฝึกซ้อมระบบเตือนภัยและอพยพหลบภัยสึนามิ ในวันที่ 13 กันยายน 2553 เวลา 09.30 – 12.00 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดสตูล กำหนดฝึกซ้อมและตั้งศูนย์อำนวยการฝึกซ้อมระดับจังหวัดที่โรงเรียนบ้านตันหยงโป ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนเข้าร่วมเสมือนเกิดเหตุการณ์จริงทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างทักษะในการอพยพประชากรไปยังที่ปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุคลื่นยักษ์

นายสำเริง วงศ์มุณีวรณ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูลมีหอเตือนภัย จำนวน 22 แห่ง อยู่ในอำเภอทุ่งหว้า 3 แห่ง อำเภอละงู 7 แห่ง อำเภอท่าแพ 1 แห่ง และอำเภอเมืองสตูล 11 แห่ง เป็นจุดเป้าหมายในการส่งสัญญาณแจ้งเหตุ การฝึกซ้อมจะมีการสมมติว่า ในวันที่ 13 กันยายน 2553 เวลาประมาณ 09.30 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.5 ริกเตอร์ บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา มีโอกาสเกิดคลื่นสึนามิ อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทย ศูนย์เตือนภัยแห่งชาติจะตรวจสอบตามขั้นตอนและส่งสัญญาณเตือนภัยมายังหอเตือนภัย 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ให้ดำเนินการอพยพประชากรหนีภัยคลื่นยักษ์ กำลังทุกภาคส่วนที่เข้าไปตั้ง กองอำนวยการในพื้นที่ โรงเรียนตันหยงโป จะร่วมกันทำหน้าที่ตามที่รับมอบหมาย เพื่อพาประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้พ้นภัย โดยใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 ชั่วโมง

นายสำราญ วิจิตรพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล กล่าวว่าเพื่อไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว จะตื่นตระหนกกับการเปิดสัญญาณเตือนภัยและกระบวนการฝึกซ้อม ขอให้สื่อมวลชนสาขาต่าง ๆ ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบว่าเหตุการณ์ในวันที่ 13 กันยายน 2553 เป็นการฝึกซ้อมทดสอบสัญญาณหอเตือนภัย และอพยพประชาชนไม่ได้เกิดเหตุคลื่นสึนามิจริงแต่อย่างใด จึงอยากให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ร่วมฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดทักษะสามารถป้องกันได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

เด็กวัยรุ่นเมืองสตูลนั่งก้งเหล้าไม่พอใจถูกสารวัตรกำนันดุ ควักปืนยิงดับ

วันที่ 7 ก.ย. 53 ร.ต.อ.อำนาจ เทาเชอร์รี ร้อยเวร สภ. เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ตลาดบ้านป่าแก่บ่อหิน หมู่ 5 ต.น้ำผุด อ.ละงู จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.เยื้อน เพชรชนะ สวญ. และกำลังฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดหยดเกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ และพบหัวกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ละงูไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทราบชื่อนายสมคิด คงจุ้ย อายุ 51 ปีอยู่บ้านเลขที่ 415 หมู่ 5 ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นสารวัตรกำนันตำบลป่าแก่บ่อหิน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขา แขน ลำตัว คอ ศีรษะ และใบหน้า รวม 6 นัด แต่บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ผู้ตายกำลังนอนอยู่บนบ้านพักได้มีกลุ่มวัยรุ่นรวม 3 คน กำลังนั่งกินเหล้าที่ร้านของชำในตลาดป่าแก่บ่อหินข้างบ้าน และมีการส่งเสียงเอะอะโวยวายพร้อมโต้เถียงกันจนทำให้บ้านเรือนบริเวณดังกล่าวรำคาญและเอือมระอา ต่อมาผู้ตายได้ออกมาจากในบ้านเข้าไปตักเตือนห้ามปราม ซึ่งทำให้แก๊งวัยรุ่นแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จากนั้น 1 ใน 3 กลุ่มวัยรุ่นชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงถล่มใส่ผู้ตายรวม 6 นัด ก่อนหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพลเมืองดีช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วจำนวน 2 คน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

สตูลอบรมหลักสูตร “การจัดวางระบบและประเมินผลการควบคุมภายใน”

วันที่ 7ก.ย.53 สนง.คลังจังหวัดสตูล ได้จัดพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การจัดวางระบบและประเมินผลการควบคุมภายใน” ให้แก่เจ้าหน้าที่ส่วนราชการประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำรายงานการควบคุมภายในของหน่วยงาน ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด มีนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี มีบุคลากรจากส่วนราชการต่างๆเข้ารับการอบรมจำนวน 90 คน

การอบรมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติของส่วนราชการ ขาดความรู้ความเข้าใจในระเบียบและวิธีปฏิบัติ ทำให้จัดทำรายงานไม่ถูกต้อง ประกอบกับจังหวัดสตูลไม่ได้จัดฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าวนี้มาเป็นระยะเวลานานหลายปีแล้ว สนง.คลังจังหวัดสตูลในฐานะเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากจังหวัด ให้เป็นผู้รับผิดชอบตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการควบคุมภายใน ซึ่งจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนนตามที่สำนักงาน กพร.กำหนด และจะต้องจัดทำรายงานการควบคุมภายในภาพรวมจังหวัด จัดส่งให้แก่คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการปีละ 2 ครั้ง การดำเนินการดังกล่าวนี้จำเป็นต้องได้รับการร่วมมือจากส่วนราชการประจำจังหวัด ในการจัดทำรายงานการควบคุมภายในของหน่วยงานให้แล้วเสร็จ ถูกต้อง และทันตามระยะเวลาที่ระเบียบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

จังหวัดสตูลแจกข้าวสารเฉลิมพระเกียรติให้แก่ประชาชนครั้งที่ 2 อีก 192,000 ถุง

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 6ก.ย.53 นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบและแจกจ่ายข้าวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 2 จำนวน 192,000 ถุง ณ ห้องประชุมสนง.พาณิชย์จังหวัดสตูล โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 8 แห่งในจังหวัดสตูลประกอบด้วย อบต.ควนโดน อบต.ควนสตอ อบต.ย่านซื่อ อบต.วังประจัน อบต.แป-ระ อบต.ท่าแพ อบต.ท่าเรือ และอบต.สาครเป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนและผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ที่ต่อไป

สำหรับจังหวัดสตูลทางคณะอนุกรรมการบริหารการแจกจ่ายข้าวสารบรรจุถุงเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสตูล ได้พิจารณาจัดสรรให้แก่ประชาชนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วรวมจำนวน 224,000 ถุง โดยครั้งแรกได้แจกจ่ายให้กับประชาชนไปแล้วจำนวน 32,000 ถุง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูลจัดเวทีชาวบ้านชุมชนตามรอยพ่อที่บ้านเกตรี

วันที่ 3 กันยายน 2553 สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูลจัดเวทีชาวบ้านชุมชนตามรอยพ่อจังหวัดสตูล ณ บ้านเกตรี ม.3ต.เกตรี อ.เมืองสตูล เพื่อให้พี่น้องให้ในจังหวัดสตูลได้รับรู้รับทราบการดำเนินงานของต.เกตรี ที่สามารถแก้ปัญหายาเสพติด ในกลุ่มเยาวชน ปัญหาผู้ว่างงานและปัญหาสังคม ด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในชุมชน ทำให้คนในชุมมีรายได้อยู่ร่วมด้วยความรักความสามัคคี โดยมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายแห่งประเทศไทยจังหวัดสตูลความถี่ FM 99.5 MHZ และเครือข่ายจำนวน 7 สถานีเพื่อให้ชุมชนอื่นๆได้เกิดความเข้าใจสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาชุมชนตัวเองได้ มีผู้ร่วมเวทีประกอบด้วย 1.นายสำราญ วิจิตรพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด 2.นายอิบรอเหม อาดำ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล 3.นายอับดลมานับ หลงหัน นายกอบต.เกตรี 4.นายกรียา อาดำ กำนันตำบลเกตรี 5.นายฮาซัน อุมาจิ โต๊ะครู 6.นายอิสมาแอล ขุนดำ ปราชญ์ชาวบ้าน โดยมีนายวิชา นาคบรรพต เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับชุมชนพอเพียงบ้านเกตรี ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลเกตรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล อยู่ห่างจากอำเภอเมืองสตูล 8 กิโลเมตร มีครัวเรือน 142 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 800 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำนา เพาะปลูก ที่ราบเชิงเขา ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา และไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง ส้ม คำขวัญของชุมชน คือ ชุมชนนำร่อง ชื่อก้องบุหงาบูดะ มลภาวะไร้กังวล ผู้คนเป็นมิตร ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ซึ่งที่มาของคำขวัญ คือ การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจุบันได้รับการยกย่องเป็นชุมชนพอเพียงนำร่องของจังหวัดสตูล

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

พาณิชย์สตูล ลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เป็นการด่วน หลังผลไม้ออกมาล้นตลาด

นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผวจ.สตูล กล่าวว่าได้สั่งการให้พาณิชย์ จ.สตูล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดผลไม้ ในพื้นที่ จ.สตูล ทั้ง 7 อำเภอโดยเฉพาะอำเภอเมือง ควนโดน ละงู มะนัง ซึ่งขณะนี้ลองกอง ได้ออกสู่ท้องตลาดในราคาค่อนข้างต่ำ ดังนั้นทางจังหวัดโดยผู้ว่าฯสตูล และ อบจ.สตูล จะได้มีการพยุงราคา

ผลไม้เหล่านี้ไว้ เพื่อไม่ให้มีกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูก ดังนั้นในวันนี้ (31 ส.ค. 53) ทางพาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายในจังหวัดสตูลได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านวังยาวตำบลน้ำผุด อ ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกลองกองกันเป็นจำนวนมาก และถือได้ว่าเป็นลองกองที่ดีที่สุดของ จ.สตูล และภาคใต้เทียบชั้นตันหยงมัส จ.นราธิวาส

ทางพาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายในและเกษตรกรจังหวัดได้ทำการพยุงราคาสินค้าโดย สนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการแพ็คกิ๊ง ค่าขนส่งเพื่อเปิดตลาดทางภาคเหนือ นอกจากนี้ทางจังหวัดสตูล จะได้มีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ทั้ง 7อำเภอ อย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากในปีนี้ ผลไม้ในพื้นที่ จ.สตูลโดยเฉพาะลองกองซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ซึ่งมีราคาในท้องตลาดค่อนข้างต่ำดังนั้นทางจังหวัดสตูล พาณิชย์ จังหวัดกรมการค้าภายในและเกษตรจังหวัดได้ร่วมกันบูรณาการในการช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านี้โดยทางผู้ว่าสตูลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนตนเองในฐานะผู้รับนโยบายจาก ผวจ.สตูล จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาตลาดพร้อมทั้งทำการแพ็คกิ๊งและขนส่งนำผลไม้ชั้นดีของจ.สตูล ไปขายยังทางภาคเหนือ ซึ่งถือได้ว่า

เป็นตลาดเปิดที่เกษตรกรในพื้นที่ จ.สตูล ต้องการนำผลไม้เหล่านี้ไปขายและสามารถขายได้ในราคาที่ดีอีกด้วย

นางวนิดา อรุโณทัย พาณิชย์ จ.สตูล กล่าวว่าทางจังหวัดสตูลได้จัดทำแผนเพื่อรองรับการกระจายผลไม้ออกสู่ท้องตลาดโดยได้มีการประชุมตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีการคาดการแล้วว่าผลไม้โดยเฉพาะลองกองจะต้องออกสู่ท้องตลาดและผลผลิตจะต้องล้นตลาดอย่างแน่นอนจึงได้จัดทำแผนของบประมาณจาก คชก.เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านของการรวบรวมผลผลิต ทำความสะอาด คัดแยกผลผลิต

บรรจุกล่อง และทำการขนขึ้นรถโดยทางพาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายในจังหวัดสตูล จะเป็นผู้หาตลาดให้แก่เกษตรกร ซึ่งขณะนี้ ได้รวบรวมไปแล้วถึง 23.3 ตน เพื่อนำไปขายยัง จ.พิษณุโลก และจังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลจาก...นีรนุช เละสัน พลังชน/สตูล

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

สตูล ยึดไม้ป่าชายเลนตะเข็บชายแดน 300 ท่อน

วันที่ 2 ก.ย.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำโดยนายเอกชัย เถรว่อง หน.สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 34 ตำมะลัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.5021 ตำมะลัง กว่า 20 นาย เข้ายึดไม้ป่าโกงกางจำนวน 300 ท่อน ขนาดยาว 3.5-4 เมตร ในพื้นที่คลองไม้แก้ว หมู่ที่ 3 ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล (ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนจังหวัดสตูล ตอนที่ 5) ที่มีการลักลอบตัดเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย โดยไร้วี่แววผู้ต้องหา

ด้าน นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เร่งประสานทางการประเทศมาเลเซีย เพื่อขอความร่วมมือในการร่วมกันปกป้องดูแลผืนป่า หลังมีขบวนการลักลอบตัดไม้ป่าชายเลนตามตะเข็บชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านในการร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่า และเห็นคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร และเป็นแนวกันคลื่นอย่างดีให้กับชาวบ้านริมชายฝั่ง รวมทั้งให้ความรู้ในการบริหารจัดการทรัพยากรให้คนกับป่าอยู่ร่วมกัน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตามพระราชเสาวนีย์ องค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

ข้อมูล...ผู้จัดการ ออนไลน์

มาเลเซียเชิญชวนนักแข่งว่าวจากจังหวัดสตูลร่วมงานแข่งขันว่าวและเทศกาลอาหาร ณ รัฐเปอร์ลิส

วันที่ 2ก.ย.53 นายอาหมัด บาครี ดาโต๊ะ อาลี รองมุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาพบนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและประชุมร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเชิญชวนนักแข่งขันว่าวจากจังหวัดสตูลไปร่วมงานแข่งว่าวของรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18-19 ธันวาคม 2553 รองมุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส กล่าวว่าต้องการให้นักท่องเที่ยวชาวไทยโดยเฉพาะจังหวัดสตูลทำว่าวไปร่วมแข่งขันมากๆ จะอำนวยความสะดวกด้านต่างๆให้ พร้อมนี้ได้ร้องขอให้จังหวัดสตูลจัดชุดการแสดงและสินค้ามีชื่อเสียงของสตูลเช่น โรตี-ชาชัก ไปจำหน่ายในงานด้วย

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูลมีความพร้อมในการจัดทีมแข่งขันว่าว และผู้ประกอบการไปร่วมงาน นอกจากนี้วันที่ 12 เดือนนี้ รัฐเปอร์ลิสได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและผู้เกี่ยวข้องจากจังหวัดสตูลร่วมงานละศีลอด ซึ่งรัฐเปอร์ลิสจัดขึ้น และในวันที่ 13 ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล จะเข้าเฝ้าสุลต่าน รัฐเปอร์ลิสเพื่อรายงานและหารือเรื่องโครงการขุดเจาะอุโมงค์สตูลเปอร์ลิส เนื่องจากสุลต่านรัฐเปอร์ลิสให้ความสนใจมาก และจะเชิญนักลงทุนจากมาเลเซียมารับฟังโครงการเพื่อสานต่อด้วย

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล

ชาวเทศบาลเมืองสตูลเห็นชอบโครงการขุดลอกคลองมำมัง-คลองตายายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันที่ 2ก.ย.53 นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนที่อาศัยริมคลองมำบังและคลองตายายในเขตเทศบาลเมืองสตูลและผู้เกี่ยวข้อง มาประชุมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านและหารือถึงแนวทางการขุดลอกคลองมำบังและคลองตายาย ส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรมคลองตายาย หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณแล้วเมื่อเร็วๆนี้จำนวน 24.89 ล้านบาท ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขุดลอกคลองตายายและคลองมำบัง เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ แต่ก็มีส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะหลายชุมชนมีบ้านเรือนหลายหลังที่สร้างยื่นออกมาในบริเวณลำคลอง ถ้ามีการขุดลอกเกิดขึ้นอาจทำให้บ้านเรือนทรุดพังเสียหายได้ เช่นชุมชนซอยม้าขาว ชุมชนหลังห้องสมุด

สำหรับโครงการขุดลอกคลองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเขตเทศบาลเมืองสตูลในครั้งนี้ จะเป็นการขุดลอกคลองตายายและคลองมำบัง มีความกว้างของท้องคลอง ตั้งแต่ 4 – 10 เมตร ลึกประมาณ 1.5 เมตร ผ่านชุมชนที่สำคัญเช่น ชุมชนบ้านโคกพะยอม ชุมชนบ้านหัวทาง ชุมชนท่านายเนาว์ ชุมชนบ้านทุ่งเฉลิม ชุมชนซอยม้าขาว และชุมชนหลังห้องสมุด รวมระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร

ข้อมูลจาก :: เทพสันติ แดงฤทธิ์ ส.ปชส.สตูล